จากตอนที่แล้ว เราได้ไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีและชมปากปล่องภูเขาไฟบนยอดเขาที่สูงที่สุดในฮอกไกโดกันที่ “อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง” ฝั่งภูเขาอาซาฮิดาเกะ” มาเรียบร้อยแล้ว ในบทความภาคต่อนี้จะพาไปเที่ยวยัง ฝั่งภูเขาคุโรดาเกะ (Kurodake) อีกด้านของอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในเกาะฮอกไกโด มีเสน่ห์ในแง่สถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายบนภูเขา ด้านล่างภูเขาก็มีหมู่บ้านออนเซ็นขึ้นชื่อท่ามกลางธรรมชาติ ชนิดที่ผู้มาเที่ยวฮอกไกโดไม่ควรพลาด

แช่ออนเซ็น-ชิมของอร่อย-ชมมหัศจรรย์ธรรมชาติที่คุโรดาเกะ

Kutodakeยอดเขาคุโรดาเกะที่จะต้องนั่งกระเช้าและ Chairlift ขึ้นไปถึงสองต่อ เพื่อพิชิตความสูง 1,984 เมตร

Sounkyoหมู่บ้านโซอุนเคียวตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในเขตอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง จากหมู่บ้านเงยหน้าขึ้นไปก็เจอภูเขาตั้งอยู่ด้านหลังเลย

ฝั่งภูเขาคุโรดาเกะ (Kurodake) ฝั่งนี้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณรอบๆ ภูเขาหลากหลายกว่าฝั่งอาซาฮิดาเกะ นักท่องเที่ยวมักมาชมแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติใกล้ๆ ควบคู่กับการพักผ่อนหย่อนใจในหมู่บ้านโซอุนเคียวออนเซ็น (Sounkyo Onsen) ภายในหมู่บ้านเล็กๆ นี้มีที่พักให้เลือกใช้บริการครบ ไม่ว่าจะโรงแรม โฮสเทล หรือเรียวกัง (บ้านพักสไตล์ญี่ปุ่น) มีบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งท่ามกลางขุนเขา ร้านขนมหวานน่ารัก และร้านอาหารที่มีขายราเมงซอสถั่วเหลืองของขึ้นชื่อประจำถิ่นโซอุนเคียว นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดซุกซ่อนอยู่ ซึ่งก็คือมีขายไส้กรอกเนื้อกวางหอมอร่อยอีกด้วย!

Sounkyo-2ร้านราเมงบนเขา ขายราเมงขึ้นชื่อรสชาติอร่อยเด็ด และไม่ควรพลาดไส้กรอกเนื้อกวาง รสเค็มนิดๆ จิ้มกับมัสตาร์ดรสชาติเข้ากันพอดี

เส้นทางพิชิตยอดเขาคุโรดาเกะ

การขึ้นไปสู่ยอดเขาคุโรดาเกะ จะต้องขึ้นจากรถกระเช้าในหมู่บ้านโซอุนเคียวออนเซ็น โดยจะต้องขึ้นจากสถานีชั้นแรกไปยังสถานี Upper Station ซึ่งเป็นสถานีระหว่างทางในภูเขา จากนั้นก็นั่งเก้าอี้กระเช้า Chairlift ต่อไปยังบริเวณยอดเขาอีกที จากปลายทางสถานีบนสุดของ Chairlift จะเป็นเส้นทางพิชิตยอดเขาคุโรดาเกะที่แท้จริง ระหว่างทางจะพบกับดอกไม้ป่าชนิดต่างๆ หินภูเขาไฟ ใบไม้ที่เปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองส้มในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และเมื่อขึ้นถึงยอดก็จะสามารถชมวิวบริเวณรอบหุบเขาได้ 360 องศา

เส้นทางพิชิตยอดเขาฝั่งคุโรดาเกะนี้จะค่อนข้างเดินยากกว่าฝั่งอาซาฮิดาเกะ มีบางจุดที่ต้องปีนป่าย มีทั้งบันไดไม้และบันไดหินที่อาจจะทำให้เดินยาก จึงควรเตรียมชุดที่ทะมัดทะแมงและรองเท้าที่เหมาะกับการเดินเขาอย่างสมบุกสมบันมาด้วย

sounkyo4การจะขึ้นไปบนยอดเขาคุโรดาเกะนั้นจะต้องนั่งกระเช้า “Kurodake Ropeway”
หน้าตาน่ารักอันนี้ขึ้นไปจนถึงชั้น 5 จากนั้นก็นั่ง Chairlift ไปต่อ

Kurodake-trail2Chairlift หน้าตาเป็นแบบนี้ ขึ้นได้จากชั้น 6 เพื่อไปยังชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของภูเขา
แล้วเดินต่อไปยังเส้นทางชมธรรมชาติเพื่อพิชิตยอดเขา

Kurodake4เส้นทางชมธรรมชาติบนยอดเขาคุโรดาเกะ มีป่าไม้ธรรมชาติหลากสีตัดกับพื้นหินภูเขาไฟสีเข้มในบรรยากาศเย็นๆ ร่มรื่น ให้ชมตลอดทาง

หลากที่เที่ยวรอบหมู่บ้านโซอุนเคียว

ช้าก่อน! มาขึ้นเขาคุโรดาเกะเสร็จแล้วยังอย่าเพิ่งรีบกลับ บริเวณรอบๆ ภูเขาคุโรดาเกะและหมู่บ้านโซอุนเคียว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย แต่ละที่ล้วนเป็นสถานที่ยอดนิยมที่หากพลาดไปคงน่าเสียดายแย่

น้ำตก Ryusei และน้ำตก Ginga น้ำตกสองสายที่ไหลจากบนภูเขาลงมาจากผาเป็นริ้วสวยงาม น้ำตกทั้งสองสายตั้งอยู่ห่างกันเพียง 300 เมตร สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย น้ำตก Ryusei ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น “น้ำตกแห่งดาวตก” เพราะสายน้ำเส้นใหญ่ไหลลงมาจากซอกผา เวลาถูกแสงอาทิตย์จะแลดูคล้ายดาวตก สายน้ำของน้ำตก Ryusei  มีลักษณะไหลแรง ดูแข็งแรงจึงเทียบได้เป็นตัวแทนของเพศชาย เคียงคู่กับน้ำตก Ginga หรือ “น้ำตกแห่งแม่น้ำสีเงิน” ที่ในฤดูร้อนจะเห็นสายน้ำเป็นริ้วเล็กๆ ไขว้กันไปมา แลดูชดช้อย เป็นดั่งตัวแทนของผู้หญิง น้ำตกทั้งสองเส้นนี้ในฤดูหนาวจะเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง น่าชมไปอีกแบบ

น้ำตกทั้งสองนี้จะอยู่ทางตะวันออกของหมู่บ้านโซอุนเคียว สามารถไปได้โดยแท็กซี่ จุดชมน้ำตกจะอยู่บนถนนที่เบี่ยงไปทางขวาบริเวณใกล้กับอุโมงค์ลอดภูเขา

Ginga-horzน้ำตก Ryusei (ซ้าย) และน้ำตก Ginga (ขวา) สายน้ำที่ไหลจากผาสูงลงมาให้เห็นเป็นริ้วสวยงามยามต้องประกายแดด

หินลาวา Obako เป็นก้อนหินลาวาขนาดยักษ์ที่เกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไป ลักษณะก้อนหินก้อนใหญ่มโหฬารเป็นเหลี่ยมเป็นซอก มีแม่น้ำ Ishikari ไหลผ่าน ก่อให้เกิดเป็นวิวตามธรรมชาติที่สวยงาม และกลายเป็นจุดชมวิวยอดนิยมแห่งหนึ่งของฝั่งคุโรดาเกะ

การเดินทางมาชมหิน Obako มาทางเดียวกับน้ำตก Ryusei และน้ำตก Ginga โดยขับรถเลยจากจุดชมน้ำตกมา ลอดใต้อุโมงค์ 2 อุโมงค์ พอพ้นอุโมงค์ที่ 2 จะมีป้ายบอกทาง (ภาษาญี่ปุ่น) ให้เลี้ยวซ้าย

Obakoหินลาวา Obako มองออกไปเห็นร่องชั้นตามธรรมชาติที่มีลักษณะเหมือน “แนวแตกเหลี่ยมเสา”

เส้นทางเดินชมธรรมชาติหุบเขา Momijidani เป็นเส้นทางยาว 700 เมตร อยู่ในหมู่บ้านโซอุนเคียว เส้นทางเริ่มต้นจากสะพานไม้ข้ามแม่น้ำบริเวณถนนเส้นหลักของหมู่บ้าน ในเส้นทางเดินชมธรรมชาติ Momijidani จะมีลานตั้งแคมป์ และทางเดินเลียบแม่น้ำเส้นยาวที่รายล้อมไปด้วยต้นต้นแปะก๊วยและต้นเมเปิ้ลนานาพันธุ์ ช่วงใบไม้ผลิใบไม้ใบไม้จะเป็นสีเขียวร่มรื่น พอเข้าสู่ช่วงใบไม้ร่วง ใบของต้นแปะก๊วยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และต้นเมเปิ้ลทั้งหลายจะเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มสลับกันสวยงาม กลายเป็นเส้นทางชมธรรมชาติสุดโรแมนติกท่ามกลางหุบเขา

โดยปกติเส้นทางนี้จะไปสุดที่น้ำตกโมมิจิ ที่สามารถชมผาหินที่มีลักษณะรอยแตกเหลี่ยมเสาเป็นร่องชั้นสวยงาม แต่ในบางฤดู เช่น ฤดูหนาว หรือช่วงที่มีฝนตกหนัก เส้นทางไปยังน้ำตกจะถูกปิดไม่ให้ใช้การ

momijidani1สะพานไม้ จุดเริ่มต้นเส้นทางเดินชมธรรมชาติ Momijidani

Momijidani2_อุทยานไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan)

นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ภูเขาคุโรดาเกะและหมู่บ้านโซอุนเคียวยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ทะเลสาบและเขื่อนไดเซ็ตสึซึ่งเป็นต้นทางของแม่น้ำ Ishikari ที่ไหลผ่านหมู่บ้านโซอุนเคียว, จุดชมวิวกิงเซนไดบนเชิงเขา Akadake ที่มีวิวเนินสโลปหลากสีในฤดูใบไม้ร่วง, Kamikawa Ice Pavilion พิพิธภัณฑ์หิมะและคริสตัลของเมือง Kamikawa (เขตเมืองที่หมู่บ้านโซอุนเคียวตั้งอยู่)

และหากมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว (ปลายเดือนม.ค.-มี.ค.) ก็จะพบกับ “เทศกาลหิมะและน้ำแข็งเมืองโซอุนเคียว” หรือ  Sounkyo Ice Fall Festival ที่ทั้งเมืองจะประดับไปด้วยประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะรูปทรงต่างๆ ประดับไฟตระการตา รวมถึงสร้างถ้ำน้ำแข็งจำลอง แบ่งเป็นห้องๆ เหมือนถ้ำจริง มีหินงอกหินย้อยให้นักท่องเที่ยวสัมผัสและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และมีแม้แต่บาร์เครื่องดื่มในถ้ำน้ำแข็งด้วย

Hyoubaku-Festival2-copy“Sounkyo Hyoubaku Festival” หรือ เทศกาลหิมะและน้ำแข็งโซอุนเคียวเป็นเทศกาลใหญ่สุดอลังการบริเวณริมแม่น้ำ Ishikari มีจัดโชว์ ประดับไฟ พลุ ครบเครื่อง

Hyoubaku-Festivalถ้ำน้ำแข็งและประติมากรรมตระการตา

Daisetsuzan ฝั่ง Kurodake
GPS: ”43.7242,142.947″
การเดินทาง: ”ภูเขาคุโรดาเกะและหมู่บ้านโซอุนเคียว
เว็บไซต์: ”” www.sounkyo.net/english

[codespacing_progress_map]

บทความตอนที่แล้ว: ไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่อุทยานไดเซ็ตสึซัง ฝั่งอาซาฮิดาเกะ (Asahidake) (1)

เรื่องและภาพ: DPlus Guide Team | ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ Hokkaido ฮอกไกโด เล่มเดียวเที่ยวได้ทั้งปี