หากจะพูดถึงการอาบหรือการแช่ตัวแบบ ออนเซน (Onsen) ของคนญี่ปุ่นที่กลายเป็นส่วนนึงมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบัน โดยชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า แร่ธาตุที่อยู่ในน้ำพุมีคุณสมบัติช่วยบำบัด ผ่อนคลาย รักษาอาการต่างๆ หรือแม้กระทั่งบำรุงผิวพรรณ

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอแนะนำ 10 สถานที่แช่ออนเซนในญี่ปุ่น ( ´ ▽ ` )ノ

1. Noboribetsu Onsen (โนโบริเบ็ทสึ ออนเซน)

หมู่บ้าน Noboribetsu Onsen จังหวัด Hokkaido ภูมิภาค Hokkaido

Noboribetsu Onsen

Noboribetsu Onsen

Noboribetsu OnsenNoboribetsu Onsen ถือเป็นที่ตั้งของจิโกคุดานิ หรือหุบเขานรก (Hell Valley) เป็นหุบเขาที่มีทั้งบ่อโคลนและบ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติ บางบ่อก็ร้อนจนเดือดพุ่งพล่านตลอดเวลา และในระหว่างการเดินทางเข้าไปถึงจิโกคุดานิ จะมีเส้นทางชมธรรมชาติ (Walking Trails) ทำเป็นสะพานไม้ให้เดินเข้าไป

การเดินทาง: จากเมือง Sapporo นั่งรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) จากสถานี Sapporo มาลงสถานี Noboribetsu แล้วนั่งรถบัสจากหน้าสถานีมาลงป้าย Noboribetsu Onsen แล้วเดินต่ออีกประมาณ 400 – 600 เมตร
เวลาเปิด-ปิด: หุบเขานรก 10:00 – 15:00 น. (ปิด walking trails ช่วงฤดูหนาว)
ราคา: ฟรี
เว็บไซต์:  www.noboribetsu-spa.jp

2. ซาโอ ออนเซน (Zao Onsen)

เมือง Yamagata จังหวัด Yamagata ภูมิภาค Tohoku

ซาโอ ออนเซน (Zao Onsen) ซาโอ ออนเซน (Zao Onsen)

ซาโอ ออนเซน (Zao Onsen) เมืองออนเซนเล็กๆ ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น บรรยากาศค่อนข้างเงียบ นักท่องเที่ยวนิยมมาแช่ออนเซนผ่อนคลายหลังจากเมื่อยล้าจากการเล่นสกีหรือเดินลุยหิมะในช่วงฤดูหนาว (ที่นี่เป็นแห่งสกีที่ได้ความนิยมในภูมิภาคโทโฮขุ)

การเดินทาง: จากตัวเมือง Yamagata นั่งรถบัสสาย Zao-Onsen จากหน้าสถานี JR Yamagata ไปลงป้าย Zao-Onsen Bus Terminal
เวลาเปิด-ปิด: ขึ้นอยู่กับสถานที่
ราคา: ขึ้นอยู่กับสถานที่ (200 – 700 เยน)

3. Kusatsu Onsen (คุซัทสึ ออนเซน)

เมือง Agatsuma จังหวัด Gunma ภูมิภาค Kanto

Kusatsu Onsen (คุซัทสึ ออนเซน) Kusatsu Onsen (คุซัทสึ ออนเซน)

คุซัทสึ ออนเซน เมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ได้รับการยกย่องเป็นแหล่งออนเซนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแห่ง และเป็น 1 ใน 3 แหล่งอนนเซนที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย น้ำแร่ที่นี่เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ 100% ที่ไหลออกมาจากตาน้ำ ต้นกำเนิดแห่งน้ำพุร้อนนี้อยู่ที่ภูเขาไฟชิราเนะ ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ

การเดินทาง: จากตัวเมือง Maebashi เมืองหลักของจังหวัด Gunma นั่งรถไฟ JR จากสถานี Shinmaebashi ไปลงสถานี Naganohara Kusatsu-guchi แล้วนั่งรถบัสไปอีก 30 นาที
เวลาเปิด-ปิด: ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่
ราคา: ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่
เว็บไซต์:  www.kusatsuonsen-international.jp

4. Manza Onsen (มังสะ ออนเซน)

เมือง Agatsuma จังหวัด Gunma ภูมิภาค Kanto

Manza Onsen (มังสะ ออนเซน) Manza Onsen (มังสะ ออนเซน)

Manza Onsen (มังสะ ออนเซน) น้ำแร่ของที่นี่มาจากภูเขาชิราเนะเช่นเดียวกับที่ Kusatsu Onsen และเป็นน้ำแร่ที่มีซัลเฟอร์มากที่สุดในญีปุ่น ว่ากันว่ามีสรรพคุณในเรื่องการรักษาโรคต่างๆ ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญ (เมตาบอลิซึม) และการไหลเวียนของโลหิต

การเดินทาง: จากตัวเมือง Maebashi เมืองหลวงของจังหวัด Gunma นั่งรถไฟ JR จากสถานี Shin-Maebashi ไปลงสถานี Manza Kazawaguchi แล้วนั่งรถบัสไปยัง Manza Onsen
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 17:00 น.
ราคา: ออนเซน 1,000 – 1,200 เยน (ขึ้นอยู่กับสถานที่)

5. Arima Onsen (อะริมะ ออนเซน)

เมือง kobe จังหวัด Hyogo ภูมิภาค Kansai

Arima Onsen (อะริมะ ออนเซน) Arima Onsen (อะริมะ ออนเซน)

Arima Onsen (อะริมะ ออนเซน) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำแร่มาสมัยตั้งแต่โบราณ เคยมีบันทึกไว้ว่าจักพรรดิโจเม (ค.ศ. 621 – 641) เสด็จมาแช่น้ำแร่ที่อะริมะแห่งนี้เป็นเวลานับหลายสิบวันเลยทีเดียว นอกจากนี้จักรพรรดิโคโตกุก็ทรงโปรดการแช่น้ำแร่ที่อะริมะและพักอยู่นานหลายวันเช่นกัน

การเดินทาง: จากตัวเมือง Kobe นั่งรถไฟจากสถานี Shin-kobe สาย Hokushinkyuko Railway ไปลงสถานี Tanikami แล้วเปลี่ยนไปขึ้นสาย Shintetsu Arima-Sanda ไปลงสถานี Arimaguchi จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นสาย Shitetsu Arima ลงสถานี Arima Onsen แล้วเดินต่อประมาณ 500 เมตร
เวลาเปิด-ปิด:  ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงอาบน้ำ
ราคา: ตั้งแต่ 550 – 2,400 เยน
เว็บไซต์: www.arima-onsen.com

6. Dogo Onsen (โดโงะ ออนเซน)

เมือง Matsuyama จังหวัด ภูมิภาค Shikoku

Dogo Onsen (โดโงะ ออนเซน)

Dogo Onsen (โดโงะ ออนเซน)

Dogo Onsen (โดโงะ ออนเซน) เป็นหนึ่งในน้ำพุร้อนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ในญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานมากกว่า 3,000 ปี โดดเด่นไปด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารหลัก (Honkan) ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1894 เป็นอาคารไม้และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

การเดินทาง: จากหน้าสถานี Matsuyama นั่งรถรางสาย 3, 5, 6, มาลงสถานี Dogo Onsen แล้วเดินตามถนน Dogo Shopping Arcade จนสุดปลายถนน (ระยะทางราว 300 เมตร)
เวลาเปิด-ปิด: 06:00 – 22:00 น. (บางคอร์สปิด 23:00 น.)
ราคา: ค่าออนเซนตั้งแต่ 410 เยนขึ้นไป (ขึ้นอยู่แต่ละคอร์ส)

7. Beppu (Jigoku) บ่อน้ำพุร้อนเบปปุ 

เมือง Beppu จังหวัด Oita ภูมิภาค Kyushu

Beppu (Jigoku) บ่อน้ำพุร้อนเบปปุ Beppu (Jigoku) บ่อน้ำพุร้อนเบปปุ

เมือง Beppu เป็นเมืองที่แหล่งน้ำพุร้อนมีชื่อเสียงของจังหวัดโออิตะ ซึ่งจะมีรีสอร์ทที่พักเป็นแหล่งออนเซนอยู่รอบๆ เมือง แต่สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงก็คือ โปรแกรมทัวร์บ่อนรก (Beppu Jigoku Tour) มีทั้งหมด 8 บ่อหลักๆ หากใครจะเลือกเที่ยวชมแค่บางบ่อสามารถซื้อตั๋วแยกได้ หรือถ้าใครมีเวลาอยากเก็บให้ครบทุกบ่อก็ได้นะคะ เพราะแต่ละบ่อจะมีลักษณะและจุดเด่นแตกต่างกันไป

การเดินทาง: จากตัวเมือง Oita นั่งรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) จากสถานี Oita ไปลงสถานี Beppu แล้วนั่งรถบัส Kamei Bus หมายเลข 5, 9, 24, 41 ไปลงป้าย Umijigoku mae เพื่อไปโซน Kannawa หากต้องการไปอีกโซนให้เดินไปป้าย Kannawa ขึ้นรถบัสหมายเลข 16 เพื่อไปโซน Shibaseki
เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:00 น.
ราคา: บ่อละ 400 เยน ตั๋วรวม 8 บ่อ ราคา 2,000 เยน
เว็บไซต์:  www.beppu-jigoku.com

8. Yufuin Onsen (ยูฟุอิน ออนเซน)

เมือง Yufuin จังหวัด Oita ภูมิภาค Kyushu

Yufuin Onsen (ยูฟุอิน ออนเซน)

Yufuin Onsen (ยูฟุอิน ออนเซน)

เมือง Yufuin เป็นอีกเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องสปารีสอร์ทของเกาะคิวชู ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาออนเซนท่ามกลางธรรมชาติ และนอกจากมีชื่อเสียงเรื่องออนเซนแล้ว ยูฟุอินยังถูกยกให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแนวชิลล์ๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและมีแม่น้ำไหลผ่าน

การเดินทาง: จากเมือง Fukuoka นั่งรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) จากสถานี Hakata ไปสถานี Yufuin แล้วเดินต่อเล็กน้อย
เวลาเปิด-ปิด: ขึ้นอยู่กับแต่ละแห่ง
ราคา: ขึ้นอยู่กับแต่ละแห่ง ตั้งแต่ 200 – 800 เยน (ค่าแช่ออนเซนอย่างเดียว)

9. Kurokawa Onsen (คุโรคาวะ ออนเซน)

เมือง Kurokawa จังหวัด Kumamoto ภูมิภาค Kyushu

Kurokawa Onsen (คุโรคาวะ ออนเซน) Kurokawa Onsen (คุโรคาวะ ออนเซน)

Kurokawa Onsen (คุโรคาวะ ออนเซน) มีมาตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อน เป็นออนเซนที่เด่นดังเรื่องการรักษาโรคตั้งแต่ช่วงกลางยุคเอโดะ ในอดีตที่นี่มีบ่อน้ำแร่อยู่หนึ่งบ่อ ซึ่งไดเมียวและนักเดินทางเคยใช้น้ำพุร้อนจากบ่อนี้ในการรักษาแผลและเชื่อกันว่าได้ผลดี ปัจจุบันบ่อนี้ได้รับการดูแลจากชาวบ้านและเปิดเป็นบ่อแช่น้ำพุร้อนสาธารณะ

การเดินทาง: จากตัวเมือง Kumamoto จากสถานี Kumamoto นั่งรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) ไปลงสถานี Aso จากนั้นนั่งรถบัสสาย Kyushu Odan Bus for Beppu ไปยัง Kurokawa Onsen
เวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 21:00 น.
ราคา: ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่
เว็บไซต์:  www.kurokawaonsen.or.jp

10. Ibusuki Onsen (อิบุสุกิ ออนเซน)

เมือง Ibusuki จังหวัด Kagoshima ภูมิภาค Kyushu

Ibusuki Onsen (อิบุสุกิ ออนเซน)

Ibusuki Onsen (อิบุสุกิ ออนเซน)

เมือง Ibusuki นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องออนเซนแล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อและเป็นแหล่งต้นแบบในการอบตัวในทรายร้อน (Sand Baths) หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ซุนะมุชิ (sunamushi) ซึ่งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวนิยมมานอนฝังตัวภายใต้ทรายอุ่นๆ ในชุดยูคาตะเป็นจำนวนมาก  โดยจะมีบริการเป็นคอร์สรวมคือ อบทรายร้อนแล้วต่อด้วยแช่ออนเซน

การเดินทาง: จากเมือง Kagoshima นั่งรถไฟ JR จากสถานี Kagoshima-chuo ไปลงสถานี Ibusuki แล้วนั่งรถบัสจากป้ายฝั่งตรงข้ามสถานีไปลงป้าย Sunamushi Kaikan-mae (ศูนย์อบทรายร้อน Saraku Natural Sunamushi Onsen Center) หรือเดินประมาณ 1.6 กิโลเมตร
เวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 20:30 น. (ขึ้นอยู่กับสถานที่)
ราคา: คอร์ส 1,080 เยน (อบทรายร้อน + แช่น้ำพุร้อน + ยูกะตะ) ค่าผ้าเช็คตัวและผ้าคลุมผมจ่ายต่างหาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่
เว็บไซต์:  http://sa-raku.sakura.ne.jp/en (ศูนย์อบทรายร้อน Saraku Natural Sunamushi Onsen Center)

บทความที่เกี่ยวข้อง: มารยาทควรรู้ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น : สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะแช่ออนเซน 

ที่มา : The Ultimate JAPAN Destinations