คอน-นิ-จิ-วะ ^^ วันนี้ทีมงาน DPlus Guide ขอนำท่านฝ่าไอแดดอันร้อนระอุของเดือนมีนาฯ ลงพื้นที่ไปสำรวจหาร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ต้นตำรับในระแวกเขตพญาไท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์กัน  ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลมาในเบื้องต้นว่าแถวซอยพหลโยธิน 7 นี้ มีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่มากมายหลากหลายแนวทั้ง ชาบู ซูชิ+ซาซิมิ ดงบุริ (ข้าวหน้าต่างๆ) ยากินิคุ (ปิ้งย่าง) ทั้งที่เป็นบุฟเฟ่ต์และไม่บุฟเฟ่ต์ วันนี้ผมตั้งใจไว้แล้วว่า จะพาทุกท่านมาสัมผัสกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารญี่ปุ่นที่เป็นธรรมชาติที่สุดอย่างซูชิและซาซิมิ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงปักหมุดไปที่ร้าน Kaizen Sushi & Hibachi (ไคเซ็น ซูชิ แอนด์ ฮิบาชิ) ที่ได้รับการันตีจากเว็บ Wongnai ให้เป็น 1 ในร้าน User’s Choice 2016 พร้อมแล้วตามผมมาครับ ^^

0002

0003

Kaizen มีอยู่ทั้งหมด 3 สาขาคือ สาขาราชเทวี (ติดรถไฟฟ้า BTS ราชเทวี), สาขาพระราม 9 (The Shoppes at Belle หลังเซ็นทรัล พระราม 9) และสาขาที่ผมกำลังจะแวะเข้าไปนี้คือ สาขาอารีย์ (ติดรถไฟฟ้า BTS อารีย์) ตำแหน่งที่ตั้งของร้านอยู่ใต้คอนโดมิเนียม Noble Reform ที่ตั้งสูงตระหง่านเป็นสีน้ำตาลเหมือนเค้กช็อกโกแลตก้อนโตอยู่ตรงหน้าปากซอยพหลโยธิน 7 ซึ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่าถ้ามาถึงปากซอยแล้วไม่มีหลงแน่นอน! เหลือบมองนาฬิกา อะ! 11 โมงกว่าร้านเปิดแล้วจะมัวรออะไรล่ะ ป่ะ! ลุยกันเล้ยยย!

0004

ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน อาจเพราะเพิ่งเปิดร้านมาได้แค่ไม่กี่นาทีลูกค้าจึงยังดูบางตา ไอ้เราก็เดินดุ่ยๆมองหาที่นั่งริมหน้าต่าง อ๊ะ! เจอแล้ว

0005

ทันทีที่นั่งลงพนักงานก็นำเอาเมนูอาหารกองโตมาให้เลือก มีรายการอาหารให้เลือกมากมายทั้ง ข้าวห่อสาหร่ายหรือ Roll/Maki, ชุดปลาดิบหรือซาซิมิ (Sashimi Set), ดงบุริ (Donburi) หรือข้าวหน้าต่างๆ, ปลาย่าง (Yakimono), เนื้อสเต็ก (Steak), สลัด (Salad), ซูชิหน้าต่างๆ ที่จัดมาเป็นชุด (Sushi Set) หรือจะเลือกหน้าพิเศษมาเป็นคำๆอย่าง Uni (ไข่หอยเม่น : จะบอกดีมั้ยว่า…จริงๆแล้วมันคือ รังไข่หอยเม่นต่างหาก ^^) หรือ Foie Gras (ตับห่าน) ก็มี ซึ่งทุกรายการจะระบุราคาและมีภาพตัวอย่างประกอบที่ชัดเจน สนนราคาโดยรวมๆเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆในระดับเดียวกันแล้วก็ต้องถือว่าไม่แพง เรียกได้ว่าอยู่ในระดับกลางๆ อาทิตย์ละครั้งยังไหว ^^

0006

ผมใช้เวลาเลือกอยู่สักพัก แล้วตัดสินใจสั่งชุดซูชิ Kaizen Sushi Set D ราคา 490 บาท กับชุดซาซิมิ Kaizen Sashimi Set A ราคา 440 บาท เอานี่แหละก็ตั้งใจมากินซูชิกับซาซิมินี่นา (เดี๋ยวมาดูกันนะว่าของจริงจะเหมือนกับในรูปมั๊ย ^^ อิอิ) ชุดซูชิกับซาซิมินี่เป็นเมนูอาหารชุดกลางวันที่เสิร์ฟถึง 15:00 น. เท่านั้น แหม!…มาได้เวลาเหมาะใกล้เที่ยงล่ะ จัดเบยยยย..ยย! ^^

0008

ระหว่างที่นั่งรออาหาร ทางร้านก็จะมีถั่วแระญี่ปุ่นมาเสิร์ฟไว้ให้คุณทานเล่นเพลินๆ อย่าเขินครับ! หยิบมันขึ้นมาทานได้เลย ^^

0010

ระหว่างนั่งรอผมก็มองไปรอบๆ บรรยากาศภายในร้านตกแต่งให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่นเรียบง่าย การจัดวางโต๊ะแม้สถานที่จะไม่กว้างขวางแต่ก็จัดวางได้อย่างลงตัวไม่เบียดเสียด ตอนผมมาเป็นช่วงกลางวันข้างนอกแดดจ้าแต่ภายในร้านแสงสว่างทั่วถึงกำลังดีอากาศเย็นสบาย มีเสียงเพลงเบาๆขับกล่อม น่านอน ^^ มีบาร์สำหรับนั่งทานแล้วดูเชฟ 4 คน ประกอบเมนูอาหารจานร้อนต่างๆ หรือที่เรียกว่า Hibachi ให้ดูด้วย พนักงานบริการทั่วถึง รวดเร็ว และคล่องแคล่วดี ชื่นชมบรรยากาศภายในร้านได้ไม่นานอาหารก็มา ^^

0012

ผ่างงง.ง…ง.งง! มาแล้วครับจานแรก ชุดปลาดิบหรือ ชุดซาซิมิ Kaizen Sashimi Set A ประกอบด้วย เนื้อปลาแซลมอน (Salmon), เนื้อแดงของปลามากุโระ (Akami), เนื้อหอยปีกนก (Hokkigai) และปูอัด (Kani) มาพร้อมข้าวญี่ปุ่น หน้าตาเป็นไงครับ! ดูดีคล้ายกับในรูปเลยทีเดียว ทีนี้มาดูรสชาติมั่ง

0024

คำแรกผมขอเป็นเนื้อปลาแซลมอนแล้วกันครับ อดใจไม่ไหวเพราะมันชิ้นใหญ่มากกกก ขนาดปากกว้างๆอย่างผมยังคีบใส่ปากคำเดียวไม่หมด และสีสันดูน่าทานสุดๆ จังหวะที่ใช้ตะเกียบคีบขึ้นมารู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มของเนื้อปลาแซลมอน ดมดูไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย (สาบานเลย ^^) คีบใส่ปากปุ๊บ! อ๊าส์…รสชาติที่ลิ้นสัมผัสได้คือ “โตะเตะโหมะ โออิชี่“ อร่อยมากกกกก นุ่ม ลื่น หวาน หอม เคี้ยวหนุบหนับ สดแน่นอน นี่แค่ชิ้นแรกยังเหลืออีกตั้ง 2 โอ๊ยยย! คุ้มค่า…น้ำตาจิไหล! ^^

0025

ถัดมาก็ Hokkigai หรือเนื้อหอยปีกนกที่เค้าว่ามีราคาแพงและหากินยาก ดมดูไม่มีกลิ่นคาว คีบใส่ปากปุ๊บ! เคี้ยวหนุบหนึบๆ คล้ายๆ หอยชักตีนบ้านเรา จิ้มโชยุหน่อยก็โอเคร้!

0026

ถัดมา Akami หรือก็คือเนื้อแดงที่มีมันน้อยหรือไม่มีเลยของปลามากุโระ (Maguro) แอบเสียดายที่ไม่ได้ชิม Otoro หรือเนื้อส่วนท้องที่มีไขมันแทรกอยู่ในทุกอณูของเนื้อปลา อันนี้เค้าว่าเด็ดสุด! หลังคีบ Akami ใส่ปากปุ๊บ! เคี้ยวหนุบหนึบๆ รสชาติจืดๆ จิ้มโชยุหน่อยก็โอเคร้! ส่วนที่เหลือก็ Kani หรือปูอัด ไม่รู้คิดไปเองรึป่าว! แต่เคี้ยวแล้วมันกรุบกรอบ อร่อยกว่าปูอัดตามร้านบุฟเฟ่ต์ทั่วไปอยู่นะ ^^ จากนั้นชิ้นที่เหลือก็จิ้มโชยุแล้วจัดหนักกับวาซาบิจนน้ำหูน้ำตาไหลพรากๆ แล้วตามด้วยข้าว อิ่มอร่อย! จบไป 1 เซ็ตกับซาซิมิ ^^

0013

0017

ผ่างงง.ง…ง.งง! จานถัดไป (เริ่มจุก ^^!) ชุดซูชิ Kaizen Sushi Set D ประกอบด้วย ซูชิ 6 คำ ที่มีทั้งหน้าเนื้อปลาแซลมอน, เนื้อแดงของปลามากุโระ, เนื้อปลาฮามาจิ (Hamachi), ไข่ปลาแซลมอน (Ikura), กุ้งหวาน (Amaebi) และเนื้อปลาไหล (น้ำเค็มเรียก Anago แต่ถ้าเป็นน้ำจืดเรียก Unagi) ตามมาด้วยข้าวห่อสาหร่ายสอดไส้เนื้อปลาแซลมอน (Salmon Maki) ตบท้ายด้วยไข่หวาน 2 คำ ในเซ็ตเสิร์ฟพร้อมไข่ตุ๋น หน้าตาน่าทานเหมือนในรูปเลยทีเดียว เนื้อปลาแต่ละคำบนซูชิ มากันชิ้นใหญ่เบิ้มอีกแล้ว ไม่รอช้ามาดูรสชาติกันดีกว่า ^^

0015

0016

จริงๆแล้วการทานซูชิ (Sushi) ที่ถูกต้องควรเริ่มทานจากชิ้นที่มีรสชาติอ่อนๆก่อนแล้วไล่ไปหาชิ้นที่มีรสชาติเข้มอย่างในเซ็ตนี้ เนื้อปลาแซลมอนและไข่ปลานี่อาจเอาไว้ท้ายสุดก็ได้แล้วตบท้ายด้วยไข่หวาน แต่ครั้งนี้ผมขออนุญาตเลือกเอาตามสะดวกโดยเรียงจากซ้ายไปขวาสุดแล้วกันนะครับ ^^

0018

เพราะงั้นคำแรกจึงเป็น ^^ อิอิอิ ของชอบ! ซูชิหน้าเนื้อปลาแซลมอน (Salmon) สีสันดูน่าทาน ไม่มีกลิ่นคาวเลย เนื้อปลาชิ้นใหญ่และยาวมั๊กๆจนปิดข้าวซะมิดเลย ป้ายวาซาบิ จิ้มโชยุ แล้วเอาตะเกียบคีบใส่ปากปุ๊บ! อ๊าส์…เอาอีกแล้ว “โตะเตะโหมะ โออิชี่“ อร่อยมากกกกก นุ่ม ลื่น หวาน หอม เคี้ยวหนุบหนับ สดแน่นอน …น้ำตาไหลพราก ^^ (วาซาบิขึ้นจมูก)

0019

คำต่อมา Hamachi หรือซูชิหน้าเนื้อปลาฮามาจิ เนื้อสีขาวๆ ไม่มีกลิ่นคาว ชิ้นใหญ่และยาวเหมือนเดิม จัดการ ป้ายวาซาบิ จิ้มโชยุ แล้วเอาตะเกียบคีบใส่ปากปุ๊บ! อืมมม.ม..เนื้อแน่น หนุ่บหนับๆ หวานนิดๆ อร่อยดี ^^

0020

คำต่อมา Akami หรือเนื้อแดงของปลามากุโระ ไม่มีกลิ่นคาว จัดการ ป้ายวาซาบิ จิ้มโชยุ แล้วเอาตะเกียบคีบใส่ปากปุ๊บ! อืมมม.ม..ก็รสชาติเหมือนซาซิมิก่อนหน้านี้นั่นแหละ แต่คราวนี้กินกับข้าวหมักน้ำส้มสายชู อร่อยดี ^^

0021

คำต่อมา Amaebi หรือกุ้งหวาน โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง ดมดูไม่มีกลิ่นคาว จัดการ ป้ายวาซาบิ จิ้มโชยุ แล้วเอาตะเกียบคีบใส่ปากปุ๊บ! กุ้ง…กุ้ง ก็กุ้งงัย กรุบกรอบ สด อร่อยดี ^^

0022

คำต่อมา Anago หรือเนื้อปลาไหลน้ำเค็ม (ย้ำให้อีกที ถ้าเป็นปลาไหลน้ำจืดจะเรียกว่า Unagi) ย่างไฟแล้วราดด้วยซอสหวานหรือ “คาบายากิ” หน้าตาน่าทานมาก หอมกลิ่นเนื้อปลาย่างไฟอ่อนๆ อันนี้ไม่ป้ายวาซาบิ ไม่จิ้มโชยุ ใช้ตะเกียบคีบ…!! เผละ! คีบ…!! เผละ! เนื้อปลาดูเละไปนิด พอใส่ปากได้ปุ๊บ! เนื้อนุ่ม หวาน หอม แต่ติดตรงที่เละไปนิด จริงๆน่าจะเหนียวหนึบกว่านี้อีกนิดรึป่าว! แต่ก็อร่อยดี ^^

0023

คำสุดท้ายของแถวซูชิคือ Ikura หรือไข่ปลาแซลมอน สีสันดูน่าทาน (ดมดู) ไม่มีกลิ่นคาวนะ ^^! แต่พอคีบเข้าปากเท่านั้นแหละ อุ๊บส์…พอแตกในปาก รสชาติเค็มๆมันๆ ติดคาวนิดๆก็คลุ้งไปทั่วทั้งปาก ต้องคนใจรักจริงๆเลยนะคำนี้ ^^ ส่วนที่เหลือก็คือ ข้าวห่อสาหร่ายสอดไส้เนื้อปลาแซลมอน (Salmon Maki) 3 คำโตๆกับไข่หวานอีก 2 คำ อร่อยมาก ^^ จริงๆ ซัดไม่เหลือ แล้วล้างปากด้วยไข่ตุ๋น นุ่มๆลื่นๆ หอม หวาน มัน และเคี้ยวเพลินกับอีกสารพัดที่บรรจงใส่มาให้ในไข่ตุ๋น อันนี้อร่อยมากขอบอก ^^

0011

หลังทานเสร็จก็เที่ยงพอดีสังเกตไปรอบๆร้านคนเริ่มทยอยมากันหนาตาขึ้น ละแวกนี้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายอย่างรวมทั้งห้างร้านบริษัทต่างๆที่อยู่บนอาคารสูง ดูแล้วน่าจะได้รับความนิยมจากคนทำงานในละแวกนี้อยู่ไม่น้อย พอคนเริ่มเยอะด้วยสถานที่ร้านอันกะทัดรัด เสียงพูดคุยจึงค่อนข้างอื้ออึงกลบเสียงเพลงและบรรยากาศที่น่ารื่นรมณ์ไปเสียหมด ถ้าใครจะมานั่งแบบชิลล์ๆ ช่วงคนน้อยๆ หากเป็นวันทำงานก็คงต้องกะเวลาเอาหน่อย

0029

ร้าน Kaizen Sushi & Hibachi (ไคเซ็น ซูชิ แอนด์ ฮิบาชิ) ที่นี่เขาเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11:00 – 23:00 น. จะสะดวกเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานี อารีย์ หรือจะขับรถมาเลยก็ยังได้ เพราะที่นี่เค้าให้คุณจอดรถได้ที่คอนโด Noble Reform นั่นแหละ โดยทางร้านจะรับผิดชอบออกค่าที่จอดรถให้กับลูกค้าเอง (ตามเวลาที่ทานอาหารในร้านสูงสุดไม่เกิน 2 ชม.) เยี่ยมจริงๆ หรือถ้าใครมีข้อสงสัยที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติมก็ติดต่อไปได้ที่เบอร์โทร. 091-670-9981

0027

หลังเรียกพนักงานมาเช็กบิล ทางร้านจะเสิร์ฟแคนตาลูปจานเล็กๆมาให้ทานล้างปากระหว่างรอบิล

0028_01

รอสักพัก…มาแล้ว เห็นบิลแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ ทั้งหมดที่รีวิวมานี้ทั้งซูชิและซาซิมิชุดใหญ่เบ็ดเสร็จแล้วจ่ายไปเพียงแค่พันเศษๆ สำหรับผมที่ตั้งใจจะมาพิสูจน์ แค่ 2 อย่างนี้ก็ถือว่าคุ้มสุดๆ และสมความตั้งใจแล้วครับวันนี้

อ้อ…อย่าลืมนะครับ! ยังไงซะถ้าหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบและหลงใหลในรสชาติของอาหารญี่ปุ่นสไตล์ต้นตำรับแล้วล่ะก็ทีมงาน DPlus Guide ขอบอกว่าอย่าพลาดที่จะหาโอกาสแวะเวียนมาที่ร้าน Kaizen Sushi & Hibachi แห่งนี้นะครับ เพราะอาหารที่นี่เค้าสด อร่อย และบริการดี สมคำร่ำลือจริงๆ วันนี้ผมขอลาไปหาข้อมูลที่อื่นมารีวิวกันต่อ คราวหน้าผมจะพาไปร้านไหน? ไปกินอะไร? ไว้คอยติดตามชมกันนะครับ ซา-โย-นา-ระ ^^

ร้านอาหารญี่ปุ่น Kaizen Sushi & Hibachi ฟินกับเมนูซูชิและปลาดิบในย่านอารีย์
ร้านอาหารญี่ปุ่น Kaizen Sushi & Hibachi ย่านอารีย์ ใกล้ BTS อารีย์

ร้านอาหารญี่ปุ่น Kaizen Sushi & Hibachi ฟินกับเมนูซูชิและปลาดิบในย่านอารีย์
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 11:00 – 23:00 น.
การเดินทาง: BTS อารีย์ อาคาร Noble Reform ปากซอยพหลโยธิน 7  (เบอร์โทรศัพท์ 091-670-9981)
เว็บไซต์: www.facebook.com/KaizenSushiHibachi
GPS: 13.781121, 100.544806

เรื่องและภาพ: Superman DPlus Guide Team