ใครที่ได้ไปดูภาพยนตร์เรื่อง “แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว” คงจะเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของหลายๆ เมืองในฮอกไกโด เกาะเหนือสุดหนาวสุดของญี่ปุ่นกันไปบ้างแล้ว สำหรับใครที่อยากจะไปเที่ยวตามรอยแฟนเดย์ หรืออยากจะรู้ว่าสถานที่ที่ เด่นชัย (เต๋อ – ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) กับ นุ้ย (มิว – นิษฐา จิรยั่งยืน) พระเอกนางเอกของเราไปเที่ยวฮอกไกโดสวีทกันนั้นอยู่ส่วนไหนในฮอกไกโดกันบ้าง และจะไปเที่ยวตามได้ยังไง ตามมาเลย! DPlus Guide จัดให้จ้า!

**อ๊ะอ๊ะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าบทความนี้มีสปอยล์หนังเรื่อง “แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว” เบาๆ นะจ๊ะ ในบทความจะมีภาพเทียบสกรีนช็อตจากคลิปโปรโมตหนังให้ดูแบบช็อตต่อช็อตด้วย**

เริ่มจาก เมืองโอตารุ (Otaru) >> โนโบริเบทสึ (Noboribetsu) >> ฮาโกดาเตะ (Hakodate) >> แล้วมาจบที่ ซัปโปโร (Sapporo)

เส้นทางตามเรื่องแฟนเดย์จาก Kiroro Resort > Sapporo > Noboribetsu > Hakodate
เส้นทางตามเรื่อง (โดยประมาณ) จาก Kiroro Resort > Sapporo > Noboribetsu > Hakodate ระยะทางกว่า 400 กม. – ภาพ: Google map

[เมืองโอตารุ – Otaru]

เมืองเล็กๆ ที่มีคลองโอตารุเป็นจุดเด่น คลองนี้เป็นคลองขนสินค้าโบราณและโกดังเก่าซึ่งคนไทยรู้จักกันดี นั่งรถไฟจากซัปโปโรไปประมาณ 40 นาทีเท่านั้น ใครจะไปโอตารุจากซัปโปโร แนะนำอย่าลืมซื้อตั๋ว Otaru Welcome Pass ด้วย เพราะมีทั้งตั๋วแบบ 1 วันของรถไฟไปโอตารุและรถใต้ดินในซัปโปโรแพ็กมาด้วยกัน (แบ่งใช้คนละวันได้) ใช้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็แทบจะคุ้มค่าตั๋วทั้งหมดแล้ว

1. Kiroro Resort

ระฆังอธิษฐานที่เด่นขอเป็นแฟนนุ้ยแค่วันเดียวก็พอ
จุดเริ่มต้นของเรื่องแฟนเดย์ที่ระฆังอธิษฐานใน Kiroro Resort เด่นชัยอธิษฐานขอเป็นแฟนนุ้ยแค่วันเดียวก็พอ – ภาพ: GDH
ฉากหน้า Kiroro Resort ตอนต้นเรื่องแฟนเดย์
ฉากหน้า Kiroro Resort ตอนต้นเรื่องแฟนเดย์ที่เด่นชัยไม่ยอมกลับไปพร้อมกลุ่มออฟฟิศ เพราะเป็นห่วงนุ้ยที่ต้องอยู่ต่อคนเดียวทั้งๆที่กำลังเศร้า – ภาพ: GDH

Kiroro Resort รีสอร์ทกลางหุบเขาที่มีหิมะขาวโพลนสุดไฮโซโรแมนติก อันนี้จัดว่าเป็นสกีรีสอร์ทที่มีขนาดใหญ่และอยู่ใกล้ซัปโปโร เมืองหลวงของเกาะฮอกไกโดที่สุด แต่ทว่าทางเข้าซึ่งมีทางเดียวจะเป็นถนนที่ค่อนข้างคดเคี้ยวข้ามเขาเข้าไปจากถนนใหญ่ลึกพอสมควร (ประมาณ 30 กม. แน่ะ!) แถมต้องไปเริ่มต้นจากทางเมืองโอตารุอีกต่างหาก ตอนนี้ใครๆ ก็คงนึกภาพซุ้มที่เด่นชัยไปตีระฆังอธิษฐานกันออกละนะ ^_^

แต่รีสอร์ทแถวนี้จะมีหน้าตาแบบในหนังก็เฉพาะหน้าหนาวนะคร้าบ พอหน้าร้อนผ่านไปก็จะเหลือแต่ไม้ยืนต้นโตๆ ที่ยังรอดอยู่ใต้หิมะที่ทับถม ส่วนมากแล้วก็มักจะต้องปลูกต้นไม้ใบหญ้ากันใหม่หมดจนกลายเป็นสวนและทุ่งเขียวๆ แทน

อ้อ! ลืมบอกไป ว่าตอนนี้ที่นี่เป็นกิจการในเครือของ Property Perfect บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่เพิ่งไปซื้อมาเมื่อไม่กี่ปีก่อนนี่เอง น่าจะมีราคาพิเศษสำหรับคนไทยนะ

Kiroro Resort ในหน้าร้อนก็เขียวชอุ่มแบบเนี้ย :-) ภาพ: wikipedia
ในหนังเป็นตอนหน้าหนาว มีหิมะ แต่ถ้ามาหน้าร้อนจะเป็นบรรยากาศอีกแบบ Kiroro Resort ในหน้าร้อนก็เขียวชอุ่มแบบเนี้ย :-) ภาพ: wikipedia

Kiroro Resort
เว็บไซต์: www.kiroro.co.jp
GPS: 43.060164, 141.005666

 

2. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – Otaru Orgel Museum

ตามรอยหนังแฟนเดย์ สถานที่ถ่ายทำร้านเครื่องแก้วโอตารุ
ฉากช็อกโลกที่เด่นชัยเดินเกี่ยวผ้าจนทำให้สินค้าในร้านเครื่องแก้วตกลงมาแตก ทั้งเด่นชัย นุ้ย และคนในร้านตอนนั้นเหวอนิ่งสงัดไปกันหลายวิฯ เลยทีเดียว – ภาพ: GDH
ตามรอยภาพยนตร์แฟนเดย์ สถานที่ถ่ายทำฉากหอนาฬิกาไอน้ำ
ฉากพ่อมดเสกไอน้ำ ที่ท้อปแฟนของนุ้ยเคยเสกไอน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากหอนาฬิกาให้นุ้ยเคยประทับใจ แต่พอเด่นเลียนแบบมุกนี้บ้างกลับแป้กแบบไม่เข้าท่า – ภาพ: GDH
ตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์แฟนเดย์ ที่ข้างประตูทางเข้าด้านหน้าพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Orgel Museum) จะเห็นนาฬิกาไอน้ำตั้งอยู่
พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ข้างประตูทางเข้าด้านหน้าจะเห็นนาฬิกาไอน้ำตั้งอยู่

ที่ที่คุณก็รู้ว่าต้องไป นั่นละ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Orgel Museum) หรืออีกชื่อคือ Otaru Music Box Museum ตึกที่มีนาฬิกาไอน้ำเรือนโตตั้งอยู่หน้าทางเข้า คอยพ่นควันขาวบอกเวลาทุกๆ 15 นาที และส่งเสียงดนตรีทุกชั่วโมง

ส่วนข้างในพิพิธภัณฑ์ก็ใหญ่โตหลายอาคารหลายชั้น ก็มีทั้งกล่องดนตรีไขลานเล็กๆ แบบกุ๊กกิ๊กน่ารัก สำหรับซื้อไปฝากแฟน หรือกล่องดนตรีอันเบ้อเริ่มแบบโบราณที่จัดแสดงให้ชม (ถ้าใครจะซื้อเค้าก็คงขายมั้ง เพราะเห็นติดราคาไว้แค่เหยียบแสนหรือเฉียดล้านบาทเอง!) ที่นี่คนไทยตรึมทุกวันและจัดเป็นแหล่งละลายทรัพย์อันดับหนึ่งของโอตารุเลย เดินดูแล้วอย่าไปทำของเค้าคว่ำทั้งโต๊ะแบบในหนังล่ะ หลายตังค์เชียวนะ

ที่นี่ตั้งอยู่บน ถนนซาไกมาชิ (Sakaimachi) ใกล้กลุ่มร้านขนมหวานดังเช่น LeTAO (ชีสเค้ก) หรือ Kitakaro (ชูว์ครีม) แต่ค่อนข้างไกลจากสถานี JR Otaru ที่เป็นสถานีรถไฟหลักของเมือง (ตรงนั้นเหมาะจะเดินไปดูคลองโอตารุมากกว่า) เลยขอแนะนำให้เดินจากสถานีสุดท้ายก่อนถึงโอตารุคือ JR Minami Otaru แล้วเดินลงเนินประมาณ 5 – 10 นาทีก็ถึง ใกล้กว่ากันเยอะเลย

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Orgel Museum)
เวลาเปิด-ปิด:  เวลาเปิด-ปิด: เวลาทำการปกติ 09:00 – 18:00 น.
(วันศุกร์ เสาร์ และวันก่อนวันนักขัตฤกษ์ในช่วงฤดูร้อนเปิด 09:00 – 19:00 น.)
(วันศุกร์ เสาร์ และวันก่อนวันนักขัตฤกษ์ในเดือนกันยายน เปิด 09:00 – 18:30 น.)
เว็บไซต์:  www.otaru-orgel.co.jp
GPS: 43.190581, 141.007739

 

[เมืองโนโบริเบ็ตสึ – Noboribetsu]

นั่งรถไฟจากโอตารุ (ต้องต่อรถที่ซัปโปโร) แล้วมุ่งลงใต้ผ่านทางเดียวกับ สนามบินชิโตเสะ (แต่ไม่แยกเข้าสนามบิน)ใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมง (รวมต่อรถไฟด้วย) ก็จะถึงสถานี JR Noboribetsu ซึ่งอยู่ริมทะเล

แต่ยังก่อน! ยังไม่ถึงบ่อน้ำพุร้อนและหุบเขานรก เพราะอันนั้นอยู่ที่เมืองเล็กๆ ชื่อ Noboribetsu Onsen ซึ่งจะต้องต่อรถบัสจากเมือง Noboribetsu (เฉยๆ ไม่มีคำว่า Onsen) เข้าไปอีกทอดหนึ่ง นั่งรถประมาณ 15 นาที (7 กม.) ถึงสถานีรถบัส Noboribetsu Onsen จากที่นั่นจะต้องเดินต่อไปยังบริเวณหุบเขานรกอีก 10-15 นาที หรือ 700 ม. (รวมเวลาเดินทางจากโอตารุราวๆ 3 ชั่วโมง)

3. หุบเขานรก – Jigokudani

ตามรอยภาพยนตร์แฟนเดย์ สถานที่ถ่ายทำฉากหุบเขานรกพ่นควัน
ฉากพระเอกนางเอกไปเที่ยวที่หุบเขานรกกับวิวอันสุดแสนจะโรแมนติก – ภาพ: GDH
เที่ยวฮอกไกโดตามรอยภาพยนตร์แฟนเดย์ สถานที่ถ่ายทำฉากหุบเขานรกพ่นควัน
ฉากพีคสุดที่หยุดหัวใจคนดูจากหนังเรื่องแฟนเดย์ ที่นุ้ยบังคับให้เด่นมองตา โดยห้ามหลบสายตาเป็นเวลา 1 นาที – ภาพ: GDH
เที่ยวฮอกไกโดตามรอยแฟนเดย์ สถานที่ถ่ายทำฉากหุบเขานรกพ่นควัน ที่โนโบริเบ็ทสึ
ฉากพีคสุดที่หยุดหัวใจคนดูจากหนังเรื่องแฟนเดย์ ที่นุ้ยบังคับให้เด่นมองตา โดยห้ามหลบสายตาเป็นเวลา 1 นาที – ภาพ: GDH
เที่ยวฮอกไกโด หุบเขานรก (Jigokudani) ที่เมือง Noboribetsu Onsen
หุบเขานรก (Jigokudani) ที่เมือง Noboribetsu Onsen (สุดสะพานไม้คือบ่อ Tessen Ike)

หุบเขานรก Jigokudani (Jigoku = นรก, Dani = หุบเขา แปลตรงๆ เลยว่าหุบเขานรกนั่นเอง) เป็นที่ท่องเที่ยวหลักของเมือง Noboribetsu Onsen ซึ่งเป็นเมืองอาบน้ำแร่ที่ดังที่สุดของฮอกไกโดและอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ที่นี่มีบ่อน้ำแร่ที่แตกต่างกันถึง 11 ชนิด มีโรงแรมที่พักที่ให้บริการอาบน้ำแร่นับสิบแห่งทั่วเมือง

บริเวณหุบเขานรกนั้นแม้แต่พื้นดินรอบๆ ก็ร้อนจนมีควันพวยพุ่งตลอดเวลา แถมกลิ่นกำมะถันคละคลุ้งไปทั่ว จากทางเข้ามีทางเดินไม้มีราวกั้นตลอดทอดเข้าไปสุดที่บ่อน้ำร้อน Tessen Ike ที่มีรั้วล้อมอยู่ตรงกลางหุบเขา น้ำในบ่อจะเดือดปุดๆ มีควันขึ้นอยู่ตลอด แต่จะเดือดพล่านรุนแรงเป็นระยะ ไม่ค่อยแน่นอน เวลาไปจึงมักจะเห็นคนยืนรอดู แล้วพอได้เห็นน้ำเดือดพล่านจนหยุดก็เดินกลับพร้อมกันเป็นชุดๆ ไป ถ้าหน้าหนาวก็อาจมีหิมะปกคลุมเป็นหย่อมๆ ตรงที่ร้อนน้อยหน่อยแบบในหนัง แต่ตรงที่ร้อนมากๆ หิมะก็ละลายหมด แถมไม่มีต้นไม้ขึ้นด้วยซ้ำ

หุบเขานรก Jigokudani
เวลาเปิด-ปิด:  พ.ค. – ต.ค. 10:00 – 15:00 น. (ปิดทางเดิน Walking trails ในช่วงฤดูหนาว)
GPS:  42.497415, 141.147094

ใครมาที่นี่แล้วถ้ามีเวลาเหลือแนะนำให้เดินต่อไปชมทะเลสาบ โอนุยุมะ (Onuyuma Lake) ชึ่งเป็นทะเลสาบน้ำร้อนที่ใหญ่ที่สุดด้วย โดยนั่งรถหรือเดินต่อขึ้นเขาไปตามถนนลาดยางอีกราว 1.5 กม. จะเห็นทะเลสาบขนาดเล็กที่เป็นน้ำแร่สีเทาขุ่นๆ ร้อนจัดจนควันขึ้น ความร้อนที่ผิวหน้า 40-50 องศาเซลเซียสแต่ลึกลงไปจะสูงเกิน 100 องศาได้!

 

[เมืองฮาโกดาเตะ – Hakodate]

เมืองท่าใหญ่ตอนปลายสุดทางใต้ของฮอกไกโด จากที่นี่ข้ามทะเลตรงช่องแคบสึงะรุ (Tsugaru) ไปยังเมืองอาโอโมริ (Aomori) เหนือสุดของเกาะฮอนชูเป็นระยะทางกว่า 50 กม. แต่ก็เพิ่งจะมีบริการรถไฟความเร็วสูง Shinkansen วิ่งลอดอุโมงค์ใต้ทะเลมาถึงเมื่อเดือนมีนาคม 2016 ที่ผ่านมานี่เอง ถ้านั่งรถไฟจากโตเกียวจะใช้เวลาราวๆ 5 ชั่วโมง ส่วนกรณีนั่งรถไฟจากซัปโปโรลงมาก็ 4 ชั่วโมง หรือถ้านั่งรถไฟจากโอตารุก็เกือบ 5 ชั่วโมงเท่ากัน

4. ภูเขาฮาโกดาเตะ – Mt. Hakodate

เที่ยวฮาโกดาเตะ ตามรอยแฟนเดย์ สถานที่ถ่ายทำในเมืองฮาโกดาเตะ
ฉากโรแมนติกอีกฉากจากเรื่องแฟนเดย์ ที่เด่นชัยพานุ้ยไปดูวิวมุมสูงที่เห็นอ่าวโดยรอบเมืองท่าฮาโกดาเตะ – ภาพ: GDH
เที่ยวฮอกไกโด จุดชมวิวยอดเขา Hakodate ช่วงเย็นคนจะเริ่มเยอะถึงเยอะมากตอนค่ำๆ
จุดชมวิวยอดเขา Hakodate ช่วงเย็นคนจะเริ่มเยอะถึงเยอะมากตอนค่ำๆ

มาต่อกันที่ จุดชมวิวและสถานีรถกระเช้าที่ยอดเขาฮาโกดาเตะ ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในสามวิวที่สวยที่สุดของฮอกไกโด เพราะภูเขาไปอยู่ปลายแหลม เวลามองลงมาจะเห็นเมืองใหม่อยู่ตรงโคนแหลม แล้วมีทะเลขนาบสองข้าง สวยแปลกกว่าวิวเมืองไหนๆ ส่วนเมืองเก่าที่สร้างมาแต่เดิมจริงๆ ก็คืออยู่เชิงเขาตรงปลายแหลมนั่นเองแหละ ภายหลังความเจริญได้ค่อยๆ ไหลลึกเข้าไปในแผ่นดินจนกลายเป็นเมืองใหม่

ที่นี่สวยสุดๆ แต่คนก็แน่นสุดๆ ไปเลยเช่นกัน โดยเฉพาะตอนจวนค่ำ ซึ่งใครๆ ก็อยากมาดูแสงไฟพราวจากตัวเมืองกันทั้งนั้น ถ้าจะมาเพื่อถ่ายรูป ก็ต้องมาจองทำเลกับตั้งแต่เนิ่นๆ เลยทีเดียว!

การไปที่สถานีรถกระเช้า จากสถานีรถไฟ JR Hakodate ต่อรถรางไปอีก 3 ป้าย ลงป้ายรถราง Jujigai (ได้ทั้งสาย 2 และสาย 5) แล้วต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 600 เมตร รถกระเช้าปิดแค่สามทุ่มในหน้าหนาว หน้าร้อนเพิ่มเป็นสี่ทุ่ม ใครจะไปต้องเผื่อเวลาให้ดี

Mt. Hakodate Ropeway รถกระเช้าขึ้นยอดเขาฮาโกดาเตะ
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 22:00 น. (ฤดูหนาวปิดเร็วกว่าปกติ 21:00 น.)
ค่าเข้าชม: เที่ยวเดียว 680 เยน, ไป-กลับ 1,160 เยน
GPS: 41.760901, 140.714309

 

5. โกดังอิฐแดง – Kanemori Red Brick Warehouse

เที่ยวโกดังอิฐแดงตามรอยหนังแฟนเดย์ ที่ฮาโกดาเตะ
ฉากพัฒนาความสัมพันธ์ของเด่นชัยและนุ้ยที่มายืนกินไอศกรีมกันอยู่หน้าโกดังอิฐแดงในแฟนเดย์ – ภาพ: GDH
เที่ยวฮอกไกโดตามรอยหนังแฟนเดย์ โกดังอิฐแดง ฮาโกดาเตะ ฉากทายคำถามหน้าโกดังอิฐแดง
ต่อด้วยฉากที่นุ้ยให้เด่นทายคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวเอกซ์คลูซีฟของตัวเอง ถ้าตอบผิดจะโดนขว้างหิมะใส่ สุดท้ายเด่นตอบคำถามผิด โดนขว้างหิมะใส่ มุ้งมิ้งกันสุดๆ – ภาพ: GDH
เที่ยวฮอกไกโด โกดังอิฐแดงกับต้นคริสต์มาสยักษ์ เมืองฮาโกดาเตะ
เทศกาล Hakodate Christmas Fantasy ที่โกดังอิฐแดงจะมีประดับไฟสวยงามริมน้ำกันเลยทีเดียว

โกดังอิฐแดง Kanemori Red Brick Warehouse ที่นี่เคยเป็นโกดังสินค้าเก่าติดท่าเรือริมทะเล 3-4 หลังเรียงกัน ด้วยความที่รูปทรงภายนอกดูเก๋ไก๋ มีเถาวัลย์ปกคลุม เลยถูกเอามาดัดแปลงเป็นห้างย่อมๆ ภายในมีร้านอาหาร ขนมหวาน และร้านขายของที่ระลึกกระจุกกระจิก ฯลฯ หลายสิบร้าน มีสะพานข้ามคลองที่ให้เรือลอดเข้าไปเทียบขนสินค้าข้างๆ โกดัง ใช้เวลาเดินชิลๆ ได้สักชั่วโมง แล้วแต่ว่าจะช้อปมากหรือน้อย ช่วงเย็นวันที่ 1-24 ธันวาคมของทุกปีจะตั้งต้นคริสมาสต์ยักษ์ที่นี่ มีการประดับไฟพราวโดยเริ่มตั้งแต่หกโมงเย็นทุกวัน

การเดินทาง เดินจากป้ายรถราง Jujigai ไปอีกทางหนึ่งคือเดินเข้าหาทะเล ระยะทางประมาณ 400 เมตร

Kanemori Red Brick Warehouse
เวลาเปิด-ปิด: ร้านค้าเปิดประมาณ 10:00 -20:00 น. ช่วงเทศกาลอาจเปิดถึง 22:00 น. (วันธรรมดาฤดูหนาวปิดเร็วกว่าปกติ)
GPS: 41.766775, 140.716622

 

6. เนินฮาจิมัน – Hachimansaka (slope)

เที่ยวตามรอยหนังแฟนเดย์ สถานที่ถ่ายทำ เนินฮาจิมัน (Hachimansaka) ในเมืองฮาโกดาเตะ
ฉากที่เด่นชัยและนุ้ยเดินจีบกันกะหนุงกะหนิงบนถนนที่ทอดยาวมองไปเห็นทะเลเบื้องหลังกับสองข้างทางที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะที่ปกคลุม – ภาพ: GDH
ถนน Hachimansaka ลาดจากเนินเขาลงสู่ท่าเรือเมือง Hakodate - ภาพ: wikipedia
ถนน Hachimansaka ลาดจากเนินเขาลงสู่ท่าเรือเมือง Hakodate – ภาพ: wikipedia

เนินฮาจิมัน Hachimansaka ฉากที่พระเอกนางเอกของเราเดินคุยความในใจกันนั่นเอง ความจริงถนนตามเนินเขาที่ทอดยาวจาก Mt. Hakodate ลาดลงไปสู่ทะเลนั้นมีหลายสาย แต่เส้นที่สวยที่สุดคือเส้น Hachimansaka Dori นี้แหละ (dori = ถนน) เพราะความที่เป็นเนิน (slope) ลาดชันลงไป เลยจะมองลงไปเห็นท่าเรือ เวิ้งอ่าว และตัวเมืองพร้อมๆ กัน เมื่อเดินลงไปสุดทางก็จะถึงท่าเรือ เลี้ยวขวาไปจะเจอโกดังอิฐแดงพอดี

ถนนลงเนินเส้นนี้เดินจากป้ายรถราง Jujigai ก็ได้เช่นกัน ราว 500 ม. แต่ถ้าลงป้ายถัดไป (สาย 5) จะเดินใกล้กว่านิดหน่อยคือราว 300 ม. เท่านั้น

เนินฮาจิมัน Hachimansaka
GPS: 41.765047, 140.713073

 

7. แหลมทาชิมาจิ – Tachimachi

เที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำหนังแฟนเดย์ แหลมทาชิมาจิ (Tachimachi)
แหลมทาชิมาจิ (Tachimachi) แหลมใต้สุดของฮาโกดาเตะ อยู่เชิงเขา Mt. Hakodate

เที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำแฟนเดย์ ที่แหลมทาชิมาจิ (Tachimachi)

แหลมทาชิมาจิ (Tachimachi) เป็นแหลมใต้สุดของฮาโกดาเตะ คือเชิงเขา Mt. Hakodate ลูกเดิมนั่นแหละ แต่เป็นปลายสุดของแหลมหรือคาบสมุทรที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าอากาศดีก็อาจจะมองเห็นเกาะฮอนชู (เกาะใหญ่ของญี่ปุ่น) ที่อยู่ห่างไปทางใต้ราว 30 กม. ได้ ปลายแหลมเป็นหน้าผาสูง ปรับเรียบเป็นลานจอดรถชมวิวได้ มีร้านอาหารเล็กๆ ให้นั่งชิมไปชิลไป (ถ้ายังเปิดให้บริการอยู่นะ)
การเดินทาง ต้องเดินต่อจากป้ายสุดท้ายของรถรางสาย 2 คือ Yashigashira ไปอีกประมาณ 1.1 กม. หรือเช่าจักรยานจากในเมืองขี่ไปหรือถ้าขับรถไปก็สะดวกดี

ปล. ระหว่างทางก่อนถึงแหลม สองข้างทางจะเป็นสุสานขนาดใหญ่มาก สำหรับคนขวัญอ่อนไม่แนะนำให้ผ่านไปตอนจวนพลบค่ำนะครัช บรื๋อว์ :-(

แหลมทาชิมาจิ (Tachimachi)
GPS:  41.745424, 140.721259

 

8. Tropical Botanical Garden – บ่อออนเซ็นลิง

Tropical Botanical Garden บ่อออนเซ็นลิงจากภาพยนตร์แฟนเดย์
ฉากที่เด่นชัยและนุ้ยเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นและพากันไปเที่ยวดูลิงแช่ออนเซ็นกัน – ภาพ: GDH
ลิงแช่ออนเซ็นในหน้าหนาวที่ Tropical Botanical Garden -  Yunokawa Onsen ใกล้ Hakodate  ภาพ: wikipedia
ลิงแช่ออนเซ็นในหน้าหนาวที่ Tropical Botanical Garden – Yunokawa Onsen ใกล้ Hakodate เราจะได้เห็นลิงมาแช่ออนเซ็นแบบนี้แค่ในหน้าหนาวเท่านั้นนะ – ภาพ: wikipedia

บ่อออนเซ็นลิง ที่ สวนพฤกศาสตร์เขตร้อน Tropical Botanical Garden อันนี้ห่างเมืองฮาโกดาเตะออกมาพอสมควร คือสุดสายรถรางสาย 2 หรือสาย 5 อีกปลายหนึ่งเลย ซึ่งจะเป็นเมืองอาบน้ำแร่ Yunokawa Onsen อยู่ทางตะวันออกของฮาโกดาเตะประมาณ 5 กม. ตามถนนที่เลียบทะเลไปทางเดียวกับสนามบิน Hakodate นั่นเอง แต่ถึงก่อนสนามบิน 1-2 กม.

ถ้านั่งรถรางจะมาสุดที่ป้าย Yunokawa (ถัดจากป้าย Yunokawa Onsen มาอีก 1 ป้าย) ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปห่างชายฝั่ง จะต้องเดินต่อมายังสวนพฤกศาสตร์เขตร้อน Tropical Botanical Garden ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อออนเซ็นที่ลิงมาแช่กันเป็นฝูงในหน้าหนาว (หน้าร้อนไม่มีลิงให้ดูนะครัช) ที่อยู่ริมทะเล เป็นระยะทางประมาณ 1.2 กม.

สวนพฤกศาสตร์เขตร้อน Tropical Botanical Garden (เมือง Yunokawa Onsen)
เวลาเปิด-ปิด: เม.ย. – ต.ค. 09:30 – 18:00 น. / พ.ย. – มี.ค. 09:30 – 16:30 น.
ราคา: 300 เยน
เว็บไซต์: www.hako-eco.com/english_leaflet.pdf
GPS:  41.77403, 140.78968

 

[เมืองซัปโปโร – Sapporo]

ย้อนจากเมืองฮาโกดาเตะกลับมาที่ซัปโปโร ใช้เวลานั่งรถไฟราว 4 ชั่วโมงเต็มๆ รถไฟมีถึงดึก แต่ถ้าเป็นหน้าหนาวต้องไม่ลืมว่าแค่สี่โมงเย็นก็มืดสนิทเหมือนทุ่มนึงบ้านเราแล้ว (ส่วนหน้าร้อนพระอาทิตย์ขึ้นตั้งกะตีสี่ตีห้ายันสองทุ่มครับผม)

9. ถนนคนเดิน ทะนุกิโคจิ – Tanuki Koji

ภาพยนตร์แฟนเดย์ สถานที่ถ่ายทำ ทะนุกิโคจิ
ฉากช่วงต้นๆของเรื่องที่ทั้งออฟฟิศมาเดินเล่นที่ถนนทะนุกิโคจิกัน – ภาพ GDH
ภาพยนตร์แฟนเดย์ สถานที่ถ่ายทำ ทะนุกิโคจิ ฉากตามหากาชาปอง
ฉากที่นุ้ยและท้อปตามหาตู้หยอดเหรียญตุ๊กตา “กาชาปอง” แกะขอบแก้วที่เธอต้องการตัวซีเคร็ตตัวสุดท้ายซึ่งยังไม่เคยมี และเป็นตัวหายากมากๆ ซึ่งในตอนท้ายของเรื่องเป็นนุ้ยกับเด่นชัยที่ไปตามหาเจ้าตัวซีเคร็ตนี้จนเจอ – ภาพ GDH
เที่ยวญี่ปุ่น บล็อก 1 ของถนนคนเดิน Tanuki Koji เมืองซัปโปโร
บล็อก 1 ของถนนคนเดิน Tanuki Koji เมืองซัปโปโร

ย่านถนนร้านค้าที่มีหลังคาคลุมแบบนี้มีมากมายหลายเมืองในญี่ปุ่น ทั้งนี้เพื่อให้ค้าขายได้ทั้งปีไม่ว่าจะฝนตก แดดออก หรือหิมะตกหนักก็ตาม ถนนคนเดิน ทะนุกิโคจิ (Tanuki Koji) เส้นนี้เป็นตลาดเก่าอายุกว่า 130 ปี ตั้งอยู่กลางเมืองซัปโปโร ทางใต้ของสวนโอโดริอันเป็นที่จัดเทศกาลหิมะลงมาราว 400 ม. มีความยาวถึง 8 บล็อคหรือราว 1 กม. ตามแนวขวางตะวันออก-ตะวันตก เรียกว่ามีร้านเพียบเป็นร้อยๆ ให้เลือกกินดื่ม หรือช้อปละลายทรัพย์กันได้ตามอัธยาศัย

หรือถ้าช้อปบนดินยังไม่จุใจพอยังมีถนนช้อปปิ้งใต้ดิน Pole Town และ Aurora Town ที่เชื่อมต่อตั้งแต่สวนโอโดริไปจนถึงย่านซูซูกิโนะ (ย่านบันเทิงกลางคืน) และพาดผ่านถนน Tanuki Koji นี้ด้วย ซึ่งทางใต้ดินนี้ชาวเมืองนี้เค้าไว้ใช้เป็นทางสัญจรระหว่างย่านหลักๆ ของเมืองกับสถานีรถไฟ JR Sapporo เวลาที่หิมะตกหนักอีกด้วย

ถนนคนเดิน ทะนุกิโคจิ (Tanuki Koji)
GPS: 43.056628, 141.352488

 

10. สวนโอโดริ และเทศกาลหิมะซัปโปโร – Odori Garden & Sapporo Snow Festival

ภาพวิวสวนโอโดริในหนังแฟนเดย์ที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะ - ภาพ GDH
ภาพวิวสวนโอโดริในหนังแฟนเดย์ที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะ – ภาพ GDH
เที่ยวฮอกไกโด สวนโอโดริดูเขียวขจีในหน้าร้อน
สวนโอโดริดูเขียวขจีในหน้าร้อน

ท้ายสุดของสุดท้ายก็คือ สวนโอโดริ (Odori) สวนสาธารณะยาวเหยียดที่พาดผ่านใจกลางเมือง และเป็นที่จัดงาน เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งจัดต่อเนื่องกันมานานเกือบ 70 ปีแล้วในอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ และมีคนเข้าชมราว 2 ล้านคนต่อปี

สวนนี้แคบแต่ยาวเกือบ 2 กม. เป็นพื้นที่สีเขียวที่แบ่งเมืองฝั่งเหนือและใต้ออกจากกัน เพื่อกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ลุกลามทั้งเมืองได้ พอเอาสถานที่มาใช้จัดงานเทศกาลก็เลยได้ความหลากหลายให้เดินตามไปเรื่อยๆ เกือบตลอดความยาวสวน ตั้งแต่ หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ (Sapporo TV Tower) ที่ปลายสวนด้านตะวันออกไปจนเกือบสุดอีกด้านหนึ่ง

ในงาน เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) เราจะได้เห็นงานปั้นหิมะสารพัดแบบ ตั้งแต่ขนาดใหญ่ยักษ์สุดอลังการบนเวทีสำหรับแขกเกียรติยศประจำปีนั้นๆ งานปั้นแบบประกอบแสงสีเสียงโดยสปอนเซอร์ภาคเอกชน เวทีการแสดงของศิลปินดัง ไปจนถึงงานปั้นประกวดของทีมจากชาติต่างๆ ผลงานของชมรมหรือสมาคมในท้องถิ่น ฯลฯ

งานเทศกาลหิมะที่สวนโอโดริจะจัดขึ้นแค่ ปีละ 7 วัน ช่วงต้นเดือน ก.พ. เท่านั้น งานเปิดตั้งแต่สายๆ แต่แนะนำให้ไปช่วงพลบค่ำคือหลังสี่โมงเย็น (ย้ำอีกทีว่าฮอกไกโดหน้าหนาวแค่ 16:00 น. ก็มืดแล้วนะครับ) จะได้เดินดูการประดับไฟเล่นกับหิมะ ซึ่งสวยกว่าดูกลางวัน เดินยาวไปจนถึงสามสี่ทุ่มงานถึงจะเริ่มปิดไฟ (…ถ้าทนหนาวไหวจนถึงเวลาปิดไฟนะ เตือนไว้ก่อนว่าอุณหภูมิช่วงนั้นของปี ตอนค่ำๆ ปกติจะอยู่ประมาณ 0 ถึง -5 องศา!) ถ้าไปช่วงอื่นอาจจะเจองานอื่นแทนหรือไม่ก็เป็นสวนเปล่าๆ แล้วแต่ช่วงเวลาครับผม

รูปปั้นหิมะขนาดยักษ์บนเวที - มีทุกปีในเทศกาลหิมะซัปโปโร
รูปปั้นหิมะขนาดยักษ์บนเวที – มีทุกปีในเทศกาลหิมะซัปโปโร

การเดินทางไปง่ายมากที่สุด เพราะรถใต้ดินทุกสายของซัปโปโรผ่านใต้สวนนี้ ลงสถานีโอโดริ (Odori) แล้วเดินขึ้นมาก็เจอเลย ถ้านั่งรถใต้ดินจากสถานีรถไฟ JR Sapporo มาสวน Odori ก็แค่ 1 ป้ายเท่านั้น หรือเดินทางเชื่อมใต้ดินระยะทางราว 700 ม. แทนก็ได้

สวนโอโดริ และเทศกาลหิมะซัปโปโร (Odori Garden & Sapporo Snow Festival)
ค่าเข้าชม:  ฟรี
GPS:  43.059858, 141.348031

 

ถ้าจะไปตามนี้จริงๆจะใช้เวลาประมาณสักเท่าไหร่? 

เป็นอันว่าเราได้รีวิวสถานที่ทั้ง 10 แห่งตามรอยหนัง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ยังสงสัยอย่างเดียวหลังจากดูหนังจบคือ สองคนนั้นเค้าเอาเวลาที่ไหนมาเดินทางไปทุกแห่งได้ภายในวันเดียว เพราะแค่นั่งรถไฟไปๆ มาๆ ระหว่างโอตารุ โนโบริเบ็ตสึ ฮาโกดาเตะ และซัปโปโร ไม่รวมแวะเที่ยวก็ปาเข้าไปเกือบสิบชั่วโมงแล้ว? อันนี้ใครรู้ช่วยมาตอบทีเถอะนะครัช :-)

แล้วถ้าจะไปเที่ยวตามรอยหนังแฟนเดย์จริงๆ ควรจะเตรียมเวลาเอาไว้ประมาณสักเท่าไหร่? เอาเป็นว่าสัก 2-3 วันน่าจะพอไหวครับ (ขึ้นอยู่กับฤดูด้วย) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวนี่มืดเร็วอย่างที่บอก รถบัสต่างๆ จะน้อยกว่าปกติ เช่นนั่งรถไฟมาถึง Noboribetsu รอกว่าจะมีรถเข้าไป Jigokudani น่าจะใช้เวลาพอสมควร และที่ฮาโกดาเตะเองสถานที่ที่ไปแต่ละแห่งก็อยู่คนละทิศกันเลย แถมแต่ละป้ายรถรางก็ห่างกันเป็นกิโลฯ ถ้าไม่เดินขาลากก็ต้องเรียกแท็กซี่ช่วย (ราคาไม่โหดแบบแท็กซี่โตเกียวครับ แพงแต่พอรับได้) อย่าลืมว่าต้องเดินฝ่าหิมะนี่น่าจะใช้เวลานานขึ้นเท่าตัว ไหนจะค่อยๆ เดินไม่ให้ลื่น ไหนจะเสื้อกันหนาวหนักขึ้นอีก 1-2 กิโลกรัม ฯลฯ

ตัวอย่างเช่น วันแรกเที่ยวโอตารุ + โนโบริเบตสึ (ค้างโนโบริเบตสึ) วันที่สองไปฮาโกดาเตะ เที่ยวเท่าที่มีเวลาก่อนมืด (ค้างฮาโกดาเตะ) วันที่สามเช้าตื่นมาเที่ยวฮาโกดาเตะต่อ เสร็จแล้วค่อยนั่งรถไฟเข้าซัปโปโร อะไรประมาณนี้

เอาสั้นๆ พอเป็นไอเดียแค่นี้ก่อนนะครับ แล้วถ้าใครอยากได้รายละเอียดลองคุยกันมาที่ เพจ D+Plus Guide ของพวกเรากันต่อได้ เที่ยวตามรอยให้สนุกนะครับ

อ้อ! อย่าลืมว่าถ้าจะไปให้ตรงช่วงเทศกาลหิมะ ต้องจองล่วงหน้านานๆ นะครับไม่งั้นหาที่พักในซัปโปโรไม่ง่ายเหมือนกัน อย่าลืมว่าแต่ละปีมีคนมาดูงานเทศกาลหิมะแค่ 7 วันนี้ ก็ปีละร่วม 2 ล้านคนเชียวนะ!

ดูฉากและเบื้องหลังการถ่ายทำเพิ่มเติมได้ที่ www.youtube.com/watch?v=7gqyEVPSrHE

เรื่องและภาพ : วศิน เพิ่มทรัพย์ DPlus Guide Team | ขอขอบคุณภาพสกรีนช็อต จากตัวอย่างภาพยนตร์ แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว (Fanday, One Day) จาก YouTube: GDH