เที่ยวญี่ปุ่น ชมวัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) หรือวัดน้ำใส จ. เกียวโต (Kyoto)  เป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเมืองเกียวโตจะต้องมาเยือนให้ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วจะถือว่ามาไม่ถึงเกียวโต!

วัดคิโยมิสึเดระ มีความหมายว่า “วัดนํ้าใส” ตั้งอยู่ที่เขตฮิกาชิยามะ เชิงเขา โอโตวะด้านทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต เป็นวัดในศาสนาพุทธนิกาย ฮอสโซ (法相宗) มีพระโพธิสัตว์พันกร (千手観音) เป็นพระประธาน ที่มาของชื่อวัดคิโยมิสึเดระ ได้มาจากน้ำพุธรรมชาติที่ไหลมาจากเขาโอโตวะที่มีความใส บริสุทธิ์และเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์

วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) ถือเป็นวัดเก่าแก่ มีอายุมากกว่า 1,000 ปีสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 778 ตัววัดเคยประสบอัคคีภัยอยู่หลายครั้งวิหารหลาย ๆ หลังที่เห็นในปัจจุบันได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1631 – 1633 โดยโตกุกาวะ อิเอะมิซึ นอกจากนี้ วัดคิโยมิสึเดระได้รับการรับรองประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโกในปี ค.ศ. 1994

kiyo-1

 

เมื่อเดินมาถึงทางเข้าวัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนก็คือซุ้มประตูไม้ขนาดยักษ์ทาสีส้มสด เป็นจุดแรกที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพคู่ด้วยมากที่สุดแห่งหนึ่ง เดินเลยเข้ามาด้านในจะเห็นเจดีย์ 3 ชั้นใกล้กับซุ้มขายตั๋ว ซึ่งมีอ่างล้างมือบ้วนปากก่อนเข้าวัดตามธรรมเนียม

เมื่อเข้าไปในตัวอาคารหลักจะเห็นกระบองเหล็กสองแท่งกับเกี๊ยะเหล็กวางอยู่ ว่ากันว่าเป็นของเบ็งเก (พระนักรบที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคสงครามเฮจิ) กระบองเหล็กนี้อันหนึ่งใหญ่อันหนึ่งเล็ก ใช้เสี่ยงทายความสำเร็จ ผู้ชายให้ใช้สองมือยกกระบองอันใหญ่ ผู้หญิงให้ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดยกกระบองอันเล็ก หากยกขึ้นได้ คำอธิษฐานนั้นก็จะสำเร็จ แต่หากยกไม่ขึ้น ก็จะต้องเพิ่มความพยายามเข้าไปในเรื่องนั้น ๆ อีก

kiyo-3

 

สิ่งก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) ก็คือตัวอาคารหลักที่มีระเบียงไม้ยื่นออกไปยังหน้าผา เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากโดยเฉพาะในช่วงที่ดอกซากุระบานและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1633 โดยคำสั่งของโชกุนโตกุกาวะ อิเอะมิซึ

เป็นอาคารที่สร้างอยู่บนไหล่เขา มีเสาไม้ซุง 139 ต้นรองรับในส่วนที่เป็นระเบียงที่ยื่นออกไป ตัวเสาและคานยึดกันด้วยวิธีสอดสลักอันเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว ระเบียงไม้ของอาคารนี้เรียกว่า ลานเวทีวัดนํ้าใส (清水の舞台) มีความสูงจากพื้นถึงเฉลียงประมาณ 15 เมตร ภายในอาคารนอกจากประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์พันกร (千手観音) ไว้เป็นองค์ประธานแล้ว ยังมีพระกษิตครร์โพธิสัตว์ (地蔵菩薩) กับท้าวเวสสุวัณ(毘沙門天) และเทพเจ้าอื่น ๆ ประดิษฐานอยู่คู่กัน

IMG_1157

 

ทางด้านซ้ายของอาคารหลัก เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าจิชู (Jishu-jinja) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพโอะคุนินุชิโนะ มิโกะโตะ (Okuninushino Mikoto) เทพแห่งความรักและเนื้อคู่ ศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความรัก ผู้คนมักจะไปขอพรเรื่องของความรักโดยเฉพาะสาว ๆ

ลานด้านบนจะมีหินโผล่พ้นพื้นอยู่สองก้อน ห่างกันประมาณ 18 เมตร ว่ากันว่าเป็นหินเสี่ยงทายความรัก หากผู้เสี่ยงทาย สามารถหลับตาแล้วเดินจากหินก้อนหนึ่งสู่หินอีกก้อนหนึ่งได้ ก็จะสมหวังในเรื่องของความรัก นอกจากหินความรักนี้ที่นี่ก็มีเครื่องรางด้านความรักไว้ขายหลากหลายแบบ

kiyo-14

 

ในช่วงกลางเดือนมีนาคมและกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปีที่วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) จะมีการเปิดให้เข้าชมในช่วงค่ำโดยวัดจะมีการเปิดไฟส่องสว่างตามจุดต่าง ๆ ยามค่ำคืนเป็นที่สวยงามมาก สำหรับกำหนดการที่แน่นอนนั้นสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของทางวัดโดยตรง

อีกจุดไฮไลท์หนึ่งที่ผู้มาเที่ยวชมวัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) ต้องไม่พลาด นั่นก็คือการมาดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามสายที่ไหลลงมาจากเขาโอโตวะ โดยมีความเชื่อว่าหากได้ดื่มน้ำแต่ละสายจะได้รับพรดังนี้

– น้ำสายที่หนึ่งจะประสบความสำเร็จด้านการศึกษา

– น้ำสายที่สองจะสมหวังในความรัก

– น้ำสายที่สามจะมีสุขภาพแข็งแรง

kiyo-19

 

การเดินทางไปเที่ยววัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) ต้องเดินขึ้นเนินสูงที่เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหาร ถนนสายนี้เรียกว่าคิโยมิซึซากะ (清水坂) เรียกได้ว่าเป็นถนนละลายทรัพย์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใจไม่แข็งพอ เพราะมีแต่ของใช้น่ารัก ๆ และของกินน่าอร่อยคอยดูดเงินในกระเป๋าอยู่เต็มไปหมด (คนก็เยอะมากเช่นกัน)

ร้านค้าเหล่านี้มักจะปิดกันเร็ว ราว ๆ 5 โมงเย็นก็ทยอยปิดกันแล้ว ถ้าหากเรามาเที่ยววัดตอนเย็น แนะนำว่าให้แวะซื้อของกินของฝากให้เรียบร้อยก่อนขึ้นไปบนวัด เพราะขาลับลงมาร้านอาจจะปิดกันหมดอดซื้อของฝากได้นะจ๊ะ

kr-2

เที่ยวญี่ปุ่น ชมวัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) หรือวัดน้ำใส ที่เกียวโต
เวลาเปิด-ปิด: 06:00-18:00 น.
ค่าเข้าชม: 300 เยน
การเดินทาง: รถบัสสาย 100 หรือ 206 ลงป้าย Gojo-zaka หรือ Kiyomizu-michi แล้วเดินต่ออีก 10 นาที
GPS: 34.994795,135.785026

ข้อมูลจาก : หนังสือ Japan Kansai เที่ยวญี่ปุ่น ฉบับตะลุยคันไซ | เรื่องและภาพ : ตะวัน พันธ์แก้ว