สารพัดวิธีชั่งน้ำหนักกระเป๋าง่ายๆ ทำได้เองที่บ้าน

เวลาที่เราขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศ น้ำหนักกระเป๋าเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมากเลยทีเดียวค่ะ เพราะนอกจากจะส่งผลกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (ทุกสายการบินจะมีอัตราค่าน้ำหนักสัมภาระ กรณีที่เรามีสัมภาระมากกว่าที่กำหนดก็จะต้องเสียเงินเพิ่ม) ถ้าขนไปมากเกินไปก็อาจจะทำให้งบบานตั้งแต่เริ่มเดินทางเอาได้!

ซึ่งนอกจากนี้การกะน้ำหนักกระเป๋าให้พอดีกับที่เราลากหรือขนย้ายไหว ก็จะช่วยให้เราเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นด้วย

บางคนอาจจะคิดว่าแค่น้ำหนักกระเป๋า กะๆ ประมาณเอาก็ได้ แต่อย่าลืมว่าหากน้ำหนักเกินจากที่สายการบินกำหนดเพียงนิดเดียว ราคาค่าน้ำหนักสัมภาระอาจจะพุ่งไปที่อีกอัตราหนึ่งได้เลย หากจะต้องรื้อกระเป๋ามาจัดกันใหม่ตรงเคาน์เตอร์เช็กอินคงวุ่นวายน่าดู

เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ เราจึงควรกะน้ำหนักกระเป๋าให้พอดีตั้งแต่ตอนจัดกระเป๋าเลย และนี่คือ 4 วิธีการชั่งน้ำหนักกระเป๋าง่ายๆ ที่ทุกคนก็ทำได้เองที่บ้านค่ะ!

สารพัดวิธีชั่งน้ำหนักกระเป๋าง่ายๆ ทำได้เองที่บ้าน

สารพัดวิธีชั่งน้ำหนักกระเป๋าง่ายๆ ทำได้เองที่บ้าน โดยใช้ตาชั่งที่หาได้รอบตัว
เตรียมน้ำหนักกระเป๋าให้ดี…จะได้เหลือที่ว่างไว้เผื่อขากลับได้ด้วยเนอะ อิอิ

 

วิธีที่ 1 ใช้เครื่องชั่งน้ำหนักแบบพกพา

เครื่องชั่งน้ำหนักพกพา เป็นวิธีที่นิยมกันมากที่สุด
เครื่องชั่งน้ำหนักพกพา

เป็นวิธีที่นิยมกันมากที่สุด เครื่องชั่งน้ำหนักแบบพกพาจะมีตะขอสำหรับเกี่ยวสิ่งของ ที่เราต้องการชั่งติดอยู่กับเครื่องวัด บนเครื่องวัดจะมีหน้าจอบอกน้ำหนัก

เวลาจะวัดน้ำหนักก็ต้องใช้เจ้าตะขอนี้ยกขึ้นให้กระเป๋าสัมภาระลอยขึ้นจากพื้น จากนั้นก็อ่านตัวเลขบนหน้าจอดิจิตอลได้เลย

เครื่องชั่งน้ำหนักแบบพกพา นี้มีหลายแบบหลายราคาด้วยกัน การวัดด้วยเครื่องชั่งน้ำหนัก แบบพกพานี้จะให้ผลใกล้เคียงกับเครื่องชั่งที่เคาน์เตอร์เลย (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่องชั่งด้วย)

 

วิธีที่ 2 ใช้ตาชั่งสปริง

ตาชั่งแบบสปริง สามารถรับน้ำหนักกระเป๋าได้ไม่เกินประมาณ 10-30 กิโลกรัม
ตาชั่งแบบสปริง

สำหรับคนที่เดินทางไม่บ่อย อาจจะไม่ถึงกับซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักแบบพกพามาเพื่อใช้ชั่งกระเป๋าเดินทาง แนะนำให้ใช้วิธีบ้านๆ อย่างเอากระเป๋าไปชั่งบนตาชั่งสปริงเอาเลยค่ะ!

แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าเราจะต้องมีตาชั่งสปริงที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับวางกระเป๋า และสามารถรับน้ำหนักกระเป๋าที่หนักประมาณ 10-30 กิโลกรัมได้ หากบ้านใครมีตาชั่งที่ใหญ่พอ ก็ขนกระเป๋าไปชั่งได้เลย

หากกระเป๋าเดินทางที่เราใช้มีขนาดใหญ่กว่าฐานรองรับของตาชั่ง ต้องคิดถึงสมดุลบนตาชั่งด้วย ชั่งเสร็จแล้วควรบวกลบเผื่อความคลาดเคลื่อนเอาไว้ประมาณ 1 กิโลกรัม

แต่ถ้าไม่มีตาชั่งที่ใหญ่พอล่ะ? งั้นไปดูวิธีต่อไปกันเลย

 

วิธีที่ 3 ใช้เครื่องชั่งน้ำหนักคน

ใช้ในกรณีที่ หากไม่มีทั้งเครื่องชั่งน้ำหนักแบบพกพา และไม่มีทั้งตาชั่งสปริง
วิธีชั่งโดยใช้คนร่วมด้วย

หากไม่มีทั้งเครื่องชั่งน้ำหนักแบบพกพา และไม่มีทั้งตาชั่งสปริง เราขอแนะนำวิธีง่ายๆ ที่ชั่งได้เองที่บ้านเหมือนกัน ซึ่งก็คือการใช้เครื่องชั่งน้ำหนักคนที่เราใช้ชั่งน้ำหนักกันตามปกตินี่แหละ! แต่เราจะไม่วางชั่งลงไปตรงๆ เพราะกระเป๋าจะใหญ่กว่าเครื่องชั่ง จนทำให้ผลออกมาผิดเพี้ยน

วิธีที่ถูกต้อง คือเราต้องชั่งน้ำหนักตัวเองก่อน แล้วจดไว้ จากนั้นก็ขึ้นชั่งอีกทีโดยถือกระเป๋าเดินทางของเราเอาไว้ด้วย (ต้องยกกระเป๋าเหนือพื้นนะ) ชั่งได้น้ำหนักเท่าไหร่ ให้เอาน้ำหนักตัวของเรามาลบออก ก็จะได้น้ำหนักกระเป๋าของเรานั่นเองค่ะ

แต่วิธีนี้อาจคลาดเคลื่อนบ้าง ตามคุณภาพตาชั่งที่เราใช้ค่ะ อย่าลืมบวกลบเอาไว้สัก 1-2 กิโลกรัมนะคะ

ใครโกงตาชั่งเอาไว้ อย่าลืมไปแก้กลับก่อนชั่งนะคะ อิอิ

 

วิธีที่ 4 ใช้เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล

เครื่องชั่งแบบดิจิตอล เป็นวิธีที่ง่ายและชัวร์ที่สุด
เครื่องชั่งแบบดิจิตอล

วิธีง่ายๆ เอาใจเด็กหอ ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แถมยังให้ผลค่อนข้างเป๊ะด้วย นั่นคือมองหาเครื่องชั่งน้ำหนักอัตโนมัติที่มักตั้งอยู่ตามที่ต่างๆ (ใครอยู่หอหรือใกล้ร้านสะดวกซื้อน่าจะหาเจอง่าย) เราก็เล่นง่ายๆ ด้วยการหยอดเหรียญจ่ายค่าบริการแล้วเอากระเป๋าขึ้นชั่งเลยค่ะ!

ผลที่ออกมาค่อนข้างเชื่อถือได้ ที่โรงแรมบางแห่งในต่างประเทศ ก็ใช้เครื่องชั่งน้ำหนักแบบนี้ชั่งน้ำหนักกระเป๋าให้ผู้เข้าพักเลยนะเออ!

สำหรับกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่เกินแท่นรับน้ำหนักอาจจะได้ผลคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง เพื่อความชัวร์อาจชั่งด้วยวิธีเดียวกับข้อที่แล้ว คือชั่งน้ำหนักตัวก่อน จากนั้นก็ถือกระเป๋าขึ้นชั่งอีกหน แล้วเอาผลที่ได้มาลบกันเพื่อหาน้ำหนักกระเป๋าก็ได้ค่ะ

 

นี่ก็เป็น 4 วิธีการชั่งน้ำหนักกระเป๋าแบบง่ายๆ ที่ทำได้ตั้งแต่อยู่ที่บ้าน (หรืออยู่ที่หอ) โดยที่เราไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงไปชั่งน้ำหนักเอาที่สนามบินให้หวาดเสียวเล่นด้วยค่ะ Bon Voyage  ค่าาา! ^^

เรื่องและภาพประกอบ: naNutt DPlus Guide Team | เรียบเรียง : ชนากาน กุลอึ้ง