สถานที่เที่ยวล้ำๆ ไม่ซ้ำใคร สุดอเมซิ่งของญี่ปุ่นไม่ได้มีแต่ภูเขาไฟฟูจิ แต่ยังมีสิ่งอัศจรรย์อื่นๆ อีกมากมายตามเมืองต่างๆ ทั่วญี่ปุ่นให้เราไปเก็บภาพและเก็บประสบการณ์การท่องเที่ยวกัน

สำหรับคนที่เบื่อกับการเที่ยวญี่ปุ่นแบบเดิมๆ เรานำสถานที่ท่องเที่ยวที่คิดว่าล้ำสุดๆ มาให้ชมกัน 4 แห่งจากสถานที่ทั่วประเทศญี่ปุ่นแล้วครับ

1. อุโมงค์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ญี่ปุ่น (Water Discharge Tunnel)

อุโมงค์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ญี่ปุ่น

อุโมงค์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ญี่ปุ่น

อุโมงค์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ญี่ปุ่น Water Discharge Tunnel จ.ไซตามะ (Saitama) ภูมิภาคคันโต ชื่อเต็มๆ คือ “Metropolitan Area Outer Underground Discharge Channel” (ยาวมาก!) หรือชื่อในภาษาญี่ปุ่นคือ “Sairyu no Kawa” (สั้นลงตั้งเยอะ…) เป็นโครงการสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากพื้นที่ในบริเวณนั้นเป็นบริเวณพื้นที่ราบ แถมยังเชื่อมต่อกับทะเลโดยตรงไม่มีภูเขาคั่น ในเดือนกันยายนปี ค.ศ. 1991 ได้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมรุนแรงบ้านเรือนจม 30,000 หลัง มีผู้คนเสียชีวิต 52 คน การก่อสร้างอุโมงค์นี้จึงเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 1993 ใช้เวลาในการสร้างทั่งหมด 13 ปีจนแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 2006 ด้วยงบ 2,000 ล้านดอลลาร์

สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมได้ที่สถานี Showa Drainage Pump Station (ต้องจองออนไลน์ก่อน) บริเวณสถานีจะมีพิพิธภัณฑ์สำหรับให้ความรู้ และทางลงอุโมงค์ใต้ดินที่ลึกถึง 22 เมตร เพื่อเข้าไปชมอุโมงค์ยักษ์สุดอลังการที่ค้ำยันเอาไว้ด้วยเสายักษ์ 59 เสา ยิ่งใหญ่จนได้ชื่อว่าเป็น “มหาวิหารพาร์เธนอนใต้ดิน” เลยทีเดียว

Metropolitan Area Outer Underground Discharge Channel (Sairyu no Kawa)
ราคา: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด:  9:00-16:30 น.
GPS:  35.997449, 139.811488

2. สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น (Horai)

สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น (Horai) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น (Horai)

สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น Horai จ.ชิซูโอกะ (Shizuoka) ภูมิภาคจูบุ แลนด์มาร์กสำคัญของ เมืองชิมาดะ (Shimada) ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมและถ่ายรูปสะพานนี้เป็นจำนวนมาก สะพานไม้ Horai เป็นสะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำโออิ (Oi) ที่มีความกว้างถึง 800 เมตร ส่งผลให้ต้องมีสะพานที่ยาวมากถึง 897 เมตร เพื่อข้ามแม่น้ำสายนี้ จนได้รับการบันทึกให้เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกในปี ค.ศ. 1997 และปัจจุบันเป็นสะพานไม้สำหรับคนเดินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1870 แล้วสร้างเสร็จในวันที่ 13 มกราคม ปี ค.ศ. 1879 เป็นช่วงเริ่มต้นของยุคเมจิ เหตุเพราะท่านโทกุงาวะ คาเมะจิโยะ (Tokugawa Kamechiyo) ซึ่งเป็นเจ้าเมืองชิซูโอกะ ต้องการให้รัฐบาลเก่าของตระกูลตนได้เข้าร่วมพัฒนาบ้านเมืองด้วยกัน สะพานนี้จึงกลายมาเป็นสมบัติแห่งชาติแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นเกิดน้ำท่วมจึงทำให้มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ ได้เสริมคอนกรีตให้แข็งแรงขึ้น แม้ปัจจุบันน้ำในแม่น้ำจะแห้งขอดแล้ว แต่สะพานไม้แห่งนี้ก็ยังถูกใช้เป็นเส้นทางในการเดินข้ามไปยังอีกฝั่งอยู่

สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น (Horai)
ราคา: 100 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 8:00 น. – พระอาทิตย์ตก
GPS: 34.825542, 138.184309

3. ลานหินปูนใต้มหาสมุทร 300 ล้านปี (Akiyoshidai)

ลานหินปูนใต้มหาสมุทร 300 ล้านปี ลานหินปูนใต้มหาสมุทร 300 ล้านปี
ลานหินปูนใต้มหาสมุทร 300 ล้านปี Akiyoshidai จ.ยามากุจิ (Yamaguchi) ภูมิภาคจูโงกุ เป็นลานหินปูนที่กระจัดกระจายกินพื้นที่ถึงราว 54 ตารางกิโลเมตร อยู่ในพื้นที่กึ่งอุทยานแห่งชาติอะกิโยชิได เมื่อ 300 ล้านปีที่แล้วบริเวณนี้เป็นพื้นที่มหาสมุทรมาก่อน จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีของใต้เปลือกโลกได้ดันพื้นที่ดังกล่าวขึ้นมาเป็นผืนดิน แนวปะการังต่างๆ ก็ถูกชะล้าง กัดกร่อนด้วยฝนและลมตามกาลเวลา จนก้อนหินปูนเปลี่ยนเป็นรูปร่างต่างๆ ทั้งยอดแหลม รูปทรงแปลกตา รอบๆ ยังเต็มไปด้วยถ้ำหินปูนอีกราว 400 ถ้ำ

นอกจากความงามของหินปูนรูปร่างต่างๆ ที่กระจายอยู่รอบๆ ความงามของทุ่งหญ้าในแต่ละฤดูกาลก็เลื่องชื่อไม่แพ้กัน เช่น ในฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งหญ้าก็จะเบ่งบานไปด้วยดอกไม้ ป่าเล็กๆ หลากชนิด ฤดูร้อนจะเขียวขจี จะมีดอกคอสมอส (ดาวกระจาย) ขึ้นมาแซม ฤดูใบไม้ร่างท้องทุ่งจะเปลี่ยนเป็นสีทอง และฤดูหนาวหิมะขาวโพลนจนปกคลุมแท่งหินปูนจนเหลือเพียงยอดตะปุ่มตะป่ำเท่านั้น

ลานหินปูนใต้มหาสมุทร 300 ล้านปี (Akiyoshidai)
ราคา: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: สามารถมาได้ตลอดเวลา
GPS: 34.239437, 131.290896

4. ออนเซนอบทรายร้อนที่เดียวในญี่ปุ่น (Sunamushi)

ออนเซนอบทรายร้อนที่เดียวในญี่ปุ่น ออนเซนอบทรายร้อนที่เดียวในญี่ปุ่น

ออนเซนอบทรายร้อนที่เดียวในญี่ปุ่น Sunamushi จ.คาโงะชิมะ (Kagoshima) ภูมิภาคคิวชู แน่นอนว่าในญี่ปุ่นนี้มีมีออนเซนตั้งหลากหลายแบบและมีเมืองออนเซนอยู่หลายที่ด้วยกัน แต่ เมืองออนเซ็นอิบุสุกิ (Ibusuki) ที่นี่แปลกไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะมีบ่อออนเซนมากมายทางตะวันออกของเมือง ยังมี “แหล่งอบทรายร้อนธรรมชาติ” ซึ่งเป็นศาสตร์การรักษาความเจ็บป่วย ที่มีมายาวนานกว่า 300 ปีที่เรียกว่า ซุนะมุชิ (Sunamushi) ด้วย

ทรายที่นำมาใช้อบตัวจะมีความร้อนเฉลี่ยอยู่ที่ 50-55 องศาเซลเซียส เชื่อกันว่าจะช่วยรักษาการไหลเวียนของเลือด ช่วยบำรุงผิวพรรณและการเต้นของหัวใจ นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยทางการแพทย์ว่าการอบทรายซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุจากภูเขาไฟ จะช่วยแก้อาการปวดหลัง ปวดข้อกระดูก โรคริดสีดวงทวาร โรคหอบหืด โรคเบาหวาน ระบบทางเดินอาหาร โลหิตจาก ท้องผูก ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่าการแช่ออนเซนทั่วไป 3-4 เท่า

ออนเซนอบทรายร้อนที่เดียวในญี่ปุ่น Sunamushi
ราคา: 1,080 เยน (อบทรายร้อน+แช่น้ำพุร้อน+ยูกะตะ) ค่าผ้าเช็ดตัวและผ้าคลุมผมจ่ายต่างหาก
เวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 20:30 น.
GPS: 31.224729, 130.655045

เรียบเรียง: notto DPlus Guide Team | ภาพ Metropolitan Area Outer Underground Discharge Channel : Edogawa River Office, Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism | ที่มาข้อมูลและภาพอื่นๆ : หนังสือ Unseen & Amazing Japan