10 เทศกาลดังของญี่ปุ่น ตอนที่ 1

435 views

นอกจากธรรมชาติที่สวยงามของญี่ปุ่นแล้ว สิ่งที่ถ่ายทอดความเป็นตัวตน และจิตวิญญาณได้ดี ก็คือ เทศกาล ซึ่งในแต่ละภูมิภาค จังหวัด รวมถึงเมืองของญี่ปุ่น ต่างก็มีการจัดเทศกาลจนมีชื่อเสียงระดับโลก

สำหรับเทศกาลของญี่ปุ่นมีมากมายตลอดทั้งปี ทั้งที่เกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อที่มีมาแต่ตั้งเดิม รวมถึงเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ฤดูกาล อาหารการกิน หรือแม้กระทั่งเกี่ยวกับบุคคลเอง

ริ้วขบวนที่เป็นระเบียบ และการแต่งกายอันงดงาม
ริ้วขบวนที่เป็นระเบียบ และการแต่งกายอันงดงาม

นอกจากความสวยงามของริ้วขบวน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย บทเพลงที่ขับขาน ท่วงท่าที่ร่ายรำแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดคือความร่วมแรง ร่วมใจ และตั้งใจจริงของชาวญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดออกมาอย่างงดงามและทรงพลัง จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยถ้าหากเราได้ไปสัมผัสกับเทศกาลต่างๆ เหล่านี้ด้วยตนเองค่ะ

ลีลาการตีกลองอันเข้มแข็งของผู้หญิงในเทศกาล Hirosaki Neputa Festival ของเมืองฮิโรซากิค่ะ
ลีลาการตีกลองอันเข้มแข็งของผู้หญิงในเทศกาล Hirosaki Neputa Festival ของเมืองฮิโรซากิค่ะ

เนื่องจากเทศกาลของญี่ปุ่นมีหลากหลาย เราจึงแบ่งออกเป็น 2 ตอน จาก 10 เทศกาลด้วยกัน โดย ตอนแรก เราจะแนะนำเทศกาลในฤดูร้อนที่ไม่ควรพลาด!!! มาดูกันว่ามีอะไรกันบ้างค่ะ

เทศกาล Awa Odori Kaikan (阿波おどり会館)

เทศกาลเต้นรำพื้นเมืองที่สืบทอดกันยาวนานกว่า 400 ปี ของจังหวัดโทคุชิมะ เกาะชิโกกุ เป็นเทศกาลเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น และทั่วโลก ในแต่ละปีจะมีนักเต้นจากทั่วสารทิศเข้าร่วมเกือบ 1 แสนคน และผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 1.3 ล้านคน

นักเต้นจำนวนมหาศาลกำลังร่ายรำ อย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรดาผู้ที่เข้าชมงาน
นักเต้นจำนวนมหาศาลกำลังร่ายรำ อย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรดาผู้ที่เข้าชมงาน

นักเต้นจากทั่วสารทิศที่เข้าร่วมเกือบ 1 แสนคนเทศกาลอะวะ โอโดริ (Awa Odori Kaikan) ถูกจัดขึ้นในวันที่ 12-15 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับเทศกาลโอบ้ง (Obon) ของชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งมีความเชื่อว่า ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเยี่ยมเยือนญาติพี่น้องและลูกหลานได้ประมาณ 1 เดือน เทศกาลนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการต้อนรับวิญญาณของบรรพบุรุษเพื่อให้เกิดความครื้นเครง เบิกบาน ในขณะที่ได้กลับมาที่บ้านของตนนั่นเอง

ขบวนเต้นรำจะตั้งขบวนที่ ถนนหลักทางทิศใต้ของสถานี JR Tokushima ค่ะ
ขบวนเต้นรำจะตั้งขบวนที่ ถนนหลักทางทิศใต้ของสถานี JR Tokushima ค่ะ

สำหรับสถานที่จัดเทศกาลจะเริ่มจากถนนหลักทางทิศใต้ของสถานี JR Tokushima และถนนบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นที่ตั้งของย่านการค้า และถนนช้อปปิ้งหลักของเมือง มีทั้งโซนเข้าชมฟรี และต้องซื้อตั๋วเข้าชม (รวมการแสดงพื้นเมืองเอาไว้ด้วย)  ขบวนเต้นรำจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น. (ในตอนกลางวันจะมีกิจกรรมต่างๆ ตลอดเวลา) เป็นเวลา 3 วัน ขบวนนักเต้นจะแบ่งออกเป็นชายและหญิง โดยนักเต้นชายจะอยู่ในชุดฮัปปิ (เป็นชุดยูกาตะที่เป็นแบบกางเกงขาสั้น) ลักษณะการร่ายรำจะเข้มแข็ง แต่สอดแทรกลีลาขบขันในที

นักเต้นชายจะอยู่ในชุดฮัปปิพื้นเมือง
นักเต้นชายจะอยู่ในชุดฮัปปิพื้นเมือง

ในขณะที่นักเต้นหญิงจะอยู่ในชุดยูคาตะยาวหลากสีสัน สวมหมวกสาน และสวมรองเท้าเกี๊ยะญี่ปุ่น ร่ายรำอย่างอ่อนช้อยงดงาม

การแต่งกายของนักเต้นหญิงจะเป็นลักษณะเฉพาะคือสวมงอบ ใส่รองเท้าเกี๊ยะ
การแต่งกายของนักเต้นหญิงจะเป็นลักษณะเฉพาะคือสวมงอบ ใส่รองเท้าเกี๊ยะ
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเต้นเยาวชน ด้วยค่ะ
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเต้นเยาวชน ด้วยค่ะ

ในขณะเต้นรำจะมีการร้องตะโกนของกลุ่มนักเต้น (เรียกว่า Ren : 連) และขานรับของผู้เข้าชม รวมถึงมีเสียงดนตรีโบราณประกอบอย่างอึกทึก เกิดพลังทางจิตวิญญาณ ทำให้ขนลุกอย่างน่าประหลาด

เวลาเปิด-ปิด: วันที่ 12 – 15 สิงหาคม
สถานที่: จังหวัด Tokushima เกาะ Shikoku บริเวณ ทิศใต้ของสถานี JR Tokushima และรอบๆ

เทศกาล Gion Matsuri (祇園祭)

เทศกาลกิอน เป็นเทศกาลประจำศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) จัดขึ้นเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย โรคภัย รวมถึง ภัยพิบัติต่างๆ ให้ออกไปจากเมืองเกียวโต แล้วเปิดรับสิ่งเป็นมงคล และสิ่งที่ดีงามเข้ามาแทนที่ โดยเทศกาลกิอนจะจัดขึ้นในกรกฎาคมของทุกปี สืบเนื่องเป็นเวลากว่า 1,200 ปีแล้ว

ณ หน้าศาลเจ้าายาซากะ ศาลเจ้าชื่อดังแห่งเกียวโต
ณ หน้าศาลเจ้าายาซากะ ศาลเจ้าชื่อดังแห่งเกียวโต

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลกิอนคือรถแห่โบราณ (คล้ายกับที่อื่นๆ) ที่มีการตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงาม ตระการตา โดยในแต่ละปีจะมีรถแห่โบราณเข้าร่วมจำนวน 32 คัน แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ Yama จำนวน 20 คัน กับ Hoko จำนวน 10 คัน Yoiyama 1 คัน และ yamaboko junko อีก 1 คัน ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่าย คือ รถแห่โบราณ Hoko จะมีขนาดใหญ่กว่า สูงถึง 25 เมตร หนักราว 12 ตัน ด้านบนจะประกอบไปด้วย กลุ่มผู้เล่นดนตรีโบราณ ราว 40-50 คนขับกล่อมเสียงเพลง พร้อมกับเคลื่อนย้ายขบวน ซึ่งจะต้องใช้ชายฉกรรจ์ในชุดฮัปปิ (ยูคาตะขาสั้น) จำนวนมากช่วยกันดึงเชือก ถือเป็นสีสันอย่างหนึ่งของงาน ส่วน รถแห่โบราณ Yama จะมีการตกแต่งสวยงามเช่นกัน แต่มีขนาดเล็กกว่านั่นเอง

ขบวนรถแห่โบราณ Hoko จะมีขนาดใหญ่กว่า และใช้คนในการลากเลื่อนจำนวนมาก
ขบวนรถแห่โบราณ Hoko จะมีขนาดใหญ่กว่า และใช้คนในการลากเลื่อนจำนวนมาก
ชายฉกรรจ์ในชุดฮัปปิ กำลังลากรถแห่โบราณ yama
ชายฉกรรจ์ในชุดฮัปปิ กำลังลากรถแห่โบราณ yama

สำหรับขบวนแห่รถโบราณนั้นไม่ได้มีทุกวัน ผู้ที่ต้องการชมสามารถมาได้ในคืนวันที่ 16 กรกฎาคม จะเป็นการแห่ขบวน Yoiyama ซึ่งจะมีการประดับประดาโคมไฟอันสวยงามบนรถแห่โบราณนั่นเอง

ขบวน Yoiyama ©DocChewbacca, CC BY-SA 2.0
ขบวน Yoiyama ©DocChewbacca, CC BY-SA 2.0

ส่วนในวันที่ 17 กรกฎาคม จะเป็นขบวนแห่รถโบราณ Hoko 10 คัน โดยคันนำ เรียกว่า yamaboko junko จะมีกุมารศักดิ์สิทธิ์ (ชาย) ที่ถูกเลือกโดยชาวเมือง นั่งประจำอยู่ด้วย

ขบวนแห่กุมารศักดิ์สิทธิ์
ขบวนแห่กุมารศักดิ์สิทธิ์

ในวันที่ 24 กรกฏาคม จะเป็นขบวนแห่รถโบราณ Yama อีก 20 คัน ซึ่งกิจกรรมในวันที่ 17 และ 24 กรกฎาคมนั้น เริ่มตั้งแต่เวลา 09:00 – 13:00 น. ขบวนแห่จะเคลื่อนตัวจากย่านกิอนบริเวณสถานี Karasuma Oike ยาวไป แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Kawaramachi ไปจนถึงถนน Shinjo dori

ริ้วขบวนอื่นๆ ในขบวนแห่
ริ้วขบวนอื่นๆ ในขบวนแห่

ส่วนในวันอื่นๆ ก็จะมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ชม อาทิ การประกอบ และตกแต่งรถโบราณ เทศกาล Byobu Matsuri ซึ่งชาวเมืองจะเปิดบ้านให้คนทั่วไปได้ชมสมบัติประจำตระกูล เป็นต้น ส่วนบริเวณย่านกิอนก็มีซุ้มอาหาร ร้านค้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินงานวัดของญี่ปุ่น

ปล.ขบวนแห่แต่ละปีอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากจะต้องมีการปิดถนน โดยจะมีการแจ้งในเว็บไซต์ www.gionmatsuri.jp/manu/manual3.htm

เวลาเปิด-ปิด: ทั้งเดือนกรกฎาคม
สถานที่: ย่าน Gion จังหวัด Kyoto

Aomori Nebuta Festival (ねぶた祭)

ที่เมืองอาโอโมริมีชื่อเสียงเรื่องเทศกาลแห่หุ่นโคมไฟ Nebuta มากที่สุดในญี่ปุ่น จัดขึ้นในฤดูร้อนระหว่างวันที่ 2 – 7 สิงหาคมของทุกปี เทศกาลมีทั้งกลางวัน และกลางคืน สามารถเรียกนักท่องเที่ยวมาชมงานถึงสามล้านคนต่อปี

เทศกาลแห่หุ่นโคมไฟ Nebuta ของเมืองอาโอโมริมีชื่อมากที่สุดในญี่ปุ่น
เทศกาลแห่หุ่นโคมไฟ Nebuta ของเมืองอาโอโมริมีชื่อมากที่สุดในญี่ปุ่น

Nebuta หรือหุ่นโคมไฟที่ทำเป็นรูปเทพเจ้า นักรบ ซามูไร บุคคลสำคัญทางประวัติศาตร์ ญี่ปุ่น และจีน รูปสัตว์ขนาด ใหญ่น่าเกรงขาม ตั้งอยู่บนรถขบวนแห่ที่กว้างกว่า 9 เมตร สูงเกือบ 5 เมตร ขับเคลื่อนด้วยชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่า 20 คนต่อขบวน ในแต่ละปีจะมีรถขบวนโคมไฟ Nebuta เข้าร่วมในเทศกาลจำนวน 24 คัน

หุ่นโคมไฟรูปนักรบ และปีศาจ ในตำนานของญี่ปุ่น
หุ่นโคมไฟรูปนักรบ และปีศาจ ในตำนานของญี่ปุ่น

    ในวันที่ 2 -6  สิงหาคม ช่วงเย็นย่ำ จะตั้งขบวนกันบริเวณด้านหน้าของสถานี JR Aomori ไปตามถนน Shinmachi  แต่ละชุดขบวน (ทั้ง 24 คัน) จะนำโดยขบวนพาเหรดของชาวเมืองที่แต่งกายชุดท้องถิ่น ถือโคมไฟ ต่อด้วยกลุ่มชาวเมืองที่มีทุกเพศทุกวัยร้องตะโกน “Rassera, Rassera” ขานรับกัน พร้อมทั้งเต้นรำไปด้วย จากนั้นจะเป็นขบวนรถโคมไฟเนบูตะ ต่อด้วยคณะกลองไทโกะ  (taiko drummers) และเหล่านักดนตรี ประโคมเสียงเพลงประชันกันครึกโครม

นักเต้นกำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน
นักเต้นกำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน
คณะกลองไทโกะ
คณะกลองไทโกะ

   ในเย็นวันสุดท้าย (7 สิงหาคม) จะมีการแห่ขบวนไปยังริมอ่าวอาโอโมริ โคมไฟเนบูตะบางส่วนจะถูกนำขึ้นเรือแล้วแห่วนรอบอ่าว จากนั้นจะมีการจุดฟลุไฟสวยงาม อลังการ

หุ่นโคมไฟของเมืองฮิโรซากิค่ะ
หุ่นโคมไฟของเมืองฮิโรซากิค่ะ

Note : ในเมืองใกล้เคียงอย่างฮิโรซากิ ก็มีเทศกาลแห่โคมไฟขนาดใหญ่และจัดขึ้นพร้อมๆ กัน เรียกว่า Neputa แตกต่างกันตรงที่เมืองฮิโรซากิ หุ่นโคมไฟจะเป็นลักษณะ 2 มิติ

เวลาเปิด-ปิด: 2-7 สิงหาคมของทุกปี
สถานที่: ถนน Shinmachi ฝั่งใต้ของสถานี JR Aomori จังหวัด Aomori

Osaka Tenjin Matsuri  (天神祭)

เทศกาลประจำฤดูร้อนของศาลเจ้า Osaka Temmangu จัดขึ้น เป็นประจำ ทุกวันที่ 24 และ 25 กรกฏาคมทุกปี เพื่อรำลึกถึงเทพเจ้าของศาล ซึ่งมีนามว่า Sugawara no Michizane มีประวัติมากว่า 1,050 ปีมาแล้ว

ขบวนแห่เกี้ยวศาลเจ้าของเทศกาล Tenjin ภาพ : ©osaka-info.jp
ขบวนแห่เกี้ยวศาลเจ้าของเทศกาล Tenjin ภาพ : ©osaka-info.jp
ศาลเจ้า Osaka Temmangu ภาพ : ©osaka-info.jp
ศาลเจ้า Osaka Temmangu ภาพ : ©osaka-info.jp

โดยในเช้าวันที่ 24 ผู้คนในชุดแต่งกายโบราณพร้อมพระของศาลจะยกกระบวนแห่เพื่อนำหอกของพระเจ้าไปลอยที่แม่น้ำในเมือง (Hoko Nagashi Shinji) เมื่อหอกลอยไปที่ใด ให้ถือว่าจุดนั้นเป็นที่ๆคณะศิษยานุศิษย์จะพากันร้องรำทำเพลงแห่บกและแห่เรือในเย็นวันรุ่งขึ้น เพื่อนำวิญญาณของเทพเจ้าไปเยี่ยมชมตามที่ต่างๆ ซึ่งศิษยานุศิษย์ตั้งบ้านเรือนอยู่ วันที่ 24 ถือเป็นวันเนาว์ สถานที่จัดเทศกาลหลักคือที่ศาล โดยจะมีการแห่กลองยักษ์ (Moyoshidaiko) ไปรอบๆเมือง และมีคณะศิษยานุศิษย์สลับกันแบกเกี้ยว หรือคณะสิงโต การละเล่นหลายต่อหลายชุดเข้าๆออกๆที่ศาลไปจนถึงค่ำ

ริ้วขบวนเครื่องแต่งกายโบราณ ภาพ : ©osaka-info.jp
ริ้วขบวนเครื่องแต่งกายโบราณ ภาพ : ©osaka-info.jp
หนุ่มๆ อาสาสมัครแบเกี้ยวของเมือง ภาพ : ©osaka-info.jp
หนุ่มๆ อาสาสมัครแบเกี้ยวของเมือง ภาพ : ©osaka-info.jp

ในวันที่ 25 ซึ่งเป็นวันจริงนั้น ช่วงบ่ายจะมีการอัญเชิญวิญญาณเทพเจ้าประทับราชยานออกไปจากศาล (Shinrei Igyo-sai) แห่ไปพร้อมกับกระบวนม้า กลอง รถเข็นดันจิริ กระบวนผู้ติดตามจำนวนราว 3,000 คน (Rikutogyo) ไปสิ้นสุดที่ริมแม่น้ำโอกาว่า ก่อนที่จะแยกย้ายกันถ่ายเทลงเรือทั้งคนทั้งกลองยักษ์ หรือเกี้ยว และราชยาน รวมเป็นจำนวนเรือราว 100 ลำ ล่องตามลำแม่น้ำกว่า 4 กิโลเมตร (Funatogyo) ร้องรำทำเพลงกันไปตลอด

ขบวนอัญเชิญเทพเจ้าเพื่อนำไปประทับยังราชยาน ภาพ : ©osaka-info.jp
ขบวนอัญเชิญเทพเจ้าเพื่อนำไปประทับยังราชยาน ภาพ : ©osaka-info.jp

ราว 2 ทุ่มเศษก็จะทยอยจุดพลุ จำนวนราว 5,000 ดอกขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่ามกลางผู้ชมสองฝั่งแม่น้ำกว่า 2 ล้านคน เทศกาล Tenjin Matsuri ถือเป็นหนึ่งในสามเทศกาลยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นด้วย ท่านที่มีโอกาสมาเยือนโอซาก้าในช่วงนี้ ไม่ควรพลาดการเข้าร่วมชมกระบวนแห่ทั้งบนบกและบนเรือ

เสร็จสิ้นพิธีจะมีการจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่ค่ะ
เสร็จสิ้นพิธีจะมีการจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่ค่ะ
อีกมุมหนึ่งของแม่น้ำ บริเวณอ่าวโอซาก้า
อีกมุมหนึ่งของแม่น้ำ บริเวณอ่าวโอซาก้า

เวลาเปิด-ปิด: 24-25 กรกฎาคม
สถานที่: ศาลเจ้า Osaka Temmangu จังหวัด Osaka

Sanja Matsuri (三社祭)

เทศกาลใหญ่ประจำปีของย่านอะสะกุสะ กรุงโตเกียว ถูกจัดขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคม โดยจะจัดให้ตรงกับวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์  เพื่ออุทิศแด่ผู้ที่ถือว่าทำให้เกิดวัดเซนโซจิ (วัดอะสะกุสะ) และศาลเจ้าอะซะกุสะขึ้นมา รวมถึงเป็นการบูชาเทพเจ้าผู้คุ้มครองเมือง และขอพรให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และร่ำรวยเงินทอง ในแต่ละปีจะมีผู้เข้าร่วมงานเกือบ 2 ล้านคน

จำนวนผู้ศรัทธาล้นหลาม
จำนวนผู้ศรัทธาล้นหลาม

วันแรกของเทศกาล (วันศุกร์) ในช่วงบ่าย จะมีขบวนแห่ Daigyoretsu (大行列) ผู้คนมากมายจะแต่งกายตามธรรมเนียมญี่ปุ่น พร้อมทั้งเต้นระบำ ร้องรำ ท่ามกลางเสียงดนตรีโบราณ และกลองไทโกะ เราสามารถพบเห็นเหล่าเกอิชา ไมโกะ หรือแม้กระทั่งเหล่าบรรดาสมาชิกยากูซ่าที่อวดลวดลายสัก เดินรวมภายในขบวนด้วย  ขบวนแห่จะเริ่มเคลื่อนจากถนน Yanagi Dori เข้าไปทาง Nakamise Dori ไปจนถึงวัดเซนโซจิ และศาลเจ้าอะสะกุสะ

©Ari Helminen, <span class="cc-license-identifier">CC BY 2.0</span> : ขบวนยากูซ่าที่อวดลวดลายสัก ซึ่งเป็น 1 ในชบวนแห่ศาลเจ้าเช่นกัน
©Ari Helminen, CC BY 2.0 : ขบวนยากูซ่าที่อวดลวดลายสัก ซึ่งเป็น 1 ในชบวนแห่ศาลเจ้าเช่นกัน

วันที่ 2 (วันเสาร์) ของเทศกาล เป็นพิธีการแห่ Mikoshi ซึ่งเป็นศาลเจ้าแบบเคลื่อนที่จำนวน 100 หลัง จาก 44 เขต ของย่านอะสะกุสะ จะมารวมตัวกันที่ประตู Kaminarimon ซึ่งเป็นประตูใหญ่ด้านหน้าสุดก่อน จากนั้นจะเข้าไปยังวัดเซนโซจิ ขบวนแห่จะผ่านถนน Nakamise dori จนถึงประตู Hozomon เพื่อแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ ต่อด้วยศาลเจ้าอาซากุสะที่อยู่ใกล้ๆกัน เพื่อทำพีธีกรรมขอพรจากเทพเจ้าจากนั้นจึงแห่ Mikoshi ต่อไปจนทั่วย่านอะสะกุสะ ตลอดทางจะเต็มไปด้วยผู้คนที่มารอชมขบวนแห่ Mikoshi เพราะมีความเชื่อว่าจะนำโชคดี และความเจริญมาให้

พิธีการแห่ Mikoshi ของผู้มีจิตศรัทธาแต่ละเหล่า
พิธีการแห่ Mikoshi ของผู้มีจิตศรัทธาแต่ละเหล่า

และวันสุดท้าย (วันอาทิตย์) ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงาน เพราะจะเป็นขบวนแห่ Mikoshi จำนวน 3 หลังของศาลเจ้าอะสะกุสะ  Kaminarimon ซึ่ง Mikoshi ทั้งสามนี้เป็นตัวแทนของบุคคลทั้งสามในตำนานที่สร้างวัดนั่นเอง

พิธีอัญเชิญศาลเจ้า Mikoshi
พิธีอัญเชิญศาลเจ้า Mikoshi
พิธีอัญเชิญศาลเจ้า Mikoshi
พิธีอัญเชิญศาลเจ้า Mikoshi

โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. โดยขบวน Mikoshi  ทั้ง 3 จะถูกนำออกมาแห่ในบริเวณถนน Nakamise Dori ไปจนถึงด้านหน้าประตู  แล้วขบวนจะแห่ไปจนครบทั้ง 44 เขตในย่านอะสะกุสะ และจะวนกลับมาที่วัด Sensoji อีกครั้ง เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ซึ่งตรงพิธีการในตอนกลางคืน

ขบวนพิธีในตอนกลางคืน
ขบวนพิธีในตอนกลางคืน

เวลาเปิด-ปิด: วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่สามของเดือนพฤษภาคม
สถานที่: วัด Asakusa จังหวัด Tokyo

นี่เป็นเพียงตอนแรกของเทศกาลญี่ปุ่นนะคะ อย่าลืมติดตามตอนที่ 2 มาดูกันว่าเทศกาลในฤดูกาลอื่นๆ มีอะไรกันบ้าง เร็วๆ นี้ค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 เทศกาลดังของญี่ปุ่น ตอนที่ 2