เกาะที่ปลูกมะกอกแห่งเดียวในญี่ปุ่น Shodoshima

641 views

เกาะ Shodoshima เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัด Kagawa ภูมิภาค Shikoku มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะ Awaji ในทะเลในเซโตะ (Seto inlandsea) คำว่า Shodoshima แปลเป็นภาษญี่ปุ่นตรงตัวก็คือ เกาะถั่วขนาดเล็ก มาจากตำนานปรัมปราที่เชื่อกันว่าเทพเจ้าได้สร้างเกาะนี้ให้เหมือนถั่ว ภาพหลังมีการเชื่อมโยงไปถึงถั่ว azuki ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำซอสถั่วเหลือง

เกาะ Shodoshima ซึ่งก่อนหน้านี้เกาะโชโดชิมะเคยเป็นแหล่งปลูก azuki แหล่งใหญ่ ก่อนจะมาเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในเรื่องผลผลิตมะกอกที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น เนื่องจากมีภูมิอากาศที่แห้งคล้ายคลึงกับแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของยุโรปตอนใต้ โดยเฉพาะประเทศสเปน อิตาลีและกรีซที่มีผลผลิตของมะกอกคุณภาพสูง จนไดรับการขนานนามว่า “Olive island” หรือเกาะมะกอกนั่นเอง

บ้านกังหันที่เกาะมะกอก

กว่าจะเป็นกอกมะกอกที่มีชื่อดัง ก็เริ่มจากภูมิปัญญาจากชาวญี่ปุ่นที่ใช้น้ำมันมะกอกในการถนอมอาหารสดจำพวกปลาซึ่งจับมาได้ในปริมาณมากแต่ว่าในขณะนั้นน้ำมันมะกอกส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีต้นทุนที่สูง ในปี ค.ศ. 1908 กระทรวงการเกษตรของญี่ปุ่นจึงได้เริ่มโครงการที่จะปลูกต้นมะกอก และสกัดน้ำมันมะกอกใช้เองภายในประเทศ

บ้านกังหันเกาะ Shodoshima

โดยได้นำกล้าพันธุ์มะกอกจากอเมริกามาทดลองปลูก แต่การเลือกทำเลในการปลูกต้นมะกอกของญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย มีการเริ่มต้นทดลองปลูกไว้ตามที่ต่างๆ ที่คิดว่ามีภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะสมคือ จังหวัดมิเอะ จังหวัดคาโงชิมะ และเกาะโชโดะชิมะในจังหวัดคางาวะ แต่ปรากฎต้นมะกอกเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพบนเกาะโชโดะชิมะเพียงแห่งเดียวเท่านั้น และในสมัยไทโชก็เริ่มมีการสกัดน้ำมันมะกอกได้เป็นครั้งแรกของญี่ปุ่น ปัจจุบันมีต้นมะกอกบนเกาะโชโดะชิมะมากกว่า 2,000 ต้น

เกาะ Shodoshima

นอกเหนือจากการปลูกต้นมะกอกพันธุ์ดีแล้ว เกาะโชโดะชิมะยังขึ้นชื่อในเรื่องความงามของธรรมชาติอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายนาขั้นบันได หุบเขาใบไม้เปลี่ยนสี สวนลิง วัดบนเขาที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งสวนมะกอกที่ถูกเนรมิตให้ภูมิทัศน์คล้ายกับประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนด้วย

การมายังเกาะโชโดชิมะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกจากท่าเรือทาคามัตสึ (Takematsu port) ของเมืองทาคามัตสึ จังหวัดคางาวะ โดยเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นเรือไปได้ด้วย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เรือที่ออกจากท่าเรือทาคามัตสึเพื่อไปยังเกาะโชโดะชิเมมีหลายเที่ยวต่อวัน และไปถึงหลายท่าเรือ แต่ที่แนะนำคือท่าเรือ Tonosho port ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ และท่าเรือ Ikeda port ซึ่งอยู่ทางใต้ของเกาะ เนื่องจากมีเที่ยวเดินเรือเยอะกว่าและเป็นท่าเรือขนาดใหญ่เชื่อมกับระบบคมนาคมภายในเกาะในกรณีไม่มีรถยนต์ส่วนตัว

เกาะ Shodoshima

เกาะที่ปลูกมะกอกแห่งเดียวในญี่ปุ่น Shodoshima
[info-p “”] ค่าเรือเฟอร์รี่ 690 ต่อคน รถยนต์คิดตามขนาด หากเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก เช่น Honda Fit รวมคน ขับ ราคา 4,940 เยน
[info-d “”] จากเมือง Takamatsu นั่งเรือ Car Ferry (สามารถนำรถยนต์ลงเรือได้) จากท่าเรือ Takamatsu port ไปลงที่ท่าเรือ Tonosho port บนเกาะ Shodoshima ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเกาะมีดังนี้

  • ถนนนางฟ้า (Angel Road : エンジェルロード)

ถนนนางฟ้า

คือทางเดินที่เป็นสันดอนทรายผุดขึ้นกลางทะเล เมื่อน้ำทะเลลดสามารถเดินเชื่อมไปยังเกาะเล็กๆ ที่อยู่ในทะเลถึง 3 เกาะ คล้ายกับเส้นทาง Lle Callot ของฝรั่งเศส ซึ่งในแต่ละวันจะมีปรากฏการณ์น้ำลดถึง 2 ครั้ง (ไม่รวมกับหน้ามรสุม) เป็นสถานที่โรแมนติกสำหรับคู่รักโดยมีความเชื่อว่าหากคู่รักคู่ไหนเดินจับมือกันข้ามเส้นทางนี้ความรักจะมั่นคงและมีความสุขตลอดไป หากไปถึงในช่วงที่น้ำทะเลไม่ลดก็สามารถขึ้นไปชมวิวบนเนินเขาใกล้กับจุดเริ่มต้นของแนวสันดอนทรายได้

ถนนนางฟ้า (Angel Road : エンジェルロード)
[info-g “”] 35.476751, 137.406399

  • สวนมะกอก (Olive Park)

สวนมะกอก (Olive Park)

จุดกำเนิดของสวนมะกอกบนเกาะโชโดะชิมะ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ถูกใช้ในการทดลองปลูกกล้าพันธุ์มะกอกเป็นแห่งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1908 ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นแหล่งปลูกต้นมะกอกที่มีคุณภาพขนาดใหญ่ จากนั้นสวนแห่งนี้ก็ถูกปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเน้นให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมโดยเฉพาะในช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิต

สวนมะกอก (Olive Park)

บรรยากาศโดยรวมของสวนมะกอกมีความคลาสสิคในแบบฉบับของเกาะไมลอสของประเทศกรีซ เนื่องจากมีพื้นที่หันหน้าออกสู่ทะเลเหมือนกัน พื้นที่ต่างๆ มีความโปร่ง โล่ง รับไอแดด และลมทะเลอย่างสดชื่น โดยเฉพาะสวนกรีกที่ประดับประดาไปด้วยเสาขนาดใหญ่โค้งหากันตรงกลางจะเปิดโล่งและมีต้นมะกอกอยู่รอบๆ รวมถึงบรรดารูปปั้นเทพปกรณัมกรีกที่ประดับประดาอยู่ทั่วไป

ไอศครีมจากสวนมะกอก (Olive Park)

สำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์และร้านขายผลิตภัณฑ์แปรรูปมะกอก (Olive Museum and Shops) ตั้งอยู่บนเนินด้านในบอกเล่าประวัติความเป็นมาของเกาะ การปลูกมะกอก และการกลั่น สกัดน้ำมันมะกอก รวมถึงมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตมะกอกในแพ็กเกจจิ้งที่สวยงาม อาทิ น้ำมันมะกอก เครื่องสำอาง สมุนไพร ขนม และไอศกรีมรสมะกอกด้วย

สวนมะกอก (Olive Park)

ส่วนอีกฝั่งของถนนจะเป็นพื้นที่ของสวนมะกอกมีอาณาเขตกว้างขวางเริ่มตั้งแต่พื้นที่ราบขึ้นไปยังเนินสูง โดยปลูกต้นมะกอกไว้เป็นทิวแถว ระยะห่างเป็นสัดเป็นส่วนกัน เมื่อเดินมาเรื่อยๆ จะพบกังหันกรีกสีขาวตั้งอยู่บนเนินหญ้าอย่างสง่างามจุดนี้นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ และชมวิวกันเป็นจำนวนมาก

สวนมะกอก (Olive Park)

เนื่องจากสามารถมองเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยเรียงตัวกันในทะเลในเซโตะ (Seto inland sea) อย่างสวยงาม และไฮไลท์ของที่นี่คือการถ่ายภาพขณะขี่ไม้กวาดและกระโดด โดยมีกังหันกรีกเป็นฉากหลัง จากนั้นจะมีทางเดินเพื่อไปยังสวนมะกอกที่อยู่ด้านบนอีกที ซึ่งฤดูการเก็บมะกอกจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมและเก็บไปจนกว่ามะกอกจะหมด

สวนมะกอก (Olive Park)
[info-g “”] 34.472955, 134.274357

  • หุบเขา Kankakei (寒霞渓)

หุบเขา Kankakei (寒霞渓)

หุบเขาที่มีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใจกลางเกาะโชโดะชิมะ ขึ้นชื่อในเรื่องการชมใบไม้เปลี่ยนสีโดยจะงดงามที่สุดในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมความงามของหุบเขาคังคาเคย์อย่างใกล้ชิดด้วยการโดยสาร Ropeway จากเบื้องล่างขึ้นไปยังด้านบนของหุบเขา ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ระหว่างทางขึ้นสามารถมองเห็นวิวของหุบเขาคังคาเคย์ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่

หุบเขา Kankakei (寒霞渓)

รวมถึงส่วนที่เป็นหุบเขาหินปูนรูปทรงแปลกตาเมื่อ Ropeway ไต่ระดับสูงขึ้นจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรวมของเกาะโชโดะชิมะ ซึ่งมีภูมิประเทศอันหลากหลายไม่ว่าจะเป็นชายหาด เขื่อน หุบเขาและชุมชนหากมองไกลออกไปจะเห็นทิวทัศน์ของทะเลในเซโตะที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่กระจายตัวกันอยู่อย่างสวยงาม

หุบเขา Kankakei (寒霞渓)

สำหรับการขึ้นไปด้านบนของหุบเขาคังคาเคย์นั้น ผู้ที่นำรถยนต์ส่วนตัวสามารถขับขึ้นไปตามเส้นทางหมายเลข 29 (หากมาจากท่าเรือต่างๆ จะมีเส้นถนนที่เชื่อมกับเส้นทางหมายเลข 29 อีกที) ซึ่งสามารถนำรถยนต์ขึ้นมาจอดบนลานจอดรถของสถานี Ropeway ด้านบนได้เลย หรือใครฟิตหน่อยอาจจะเดินขึ้นมาตามทางเดินเขาฝั่งตะวันตกระยะทางกว่า 2 กม. ก็ได้

หุบเขา Kankakei (寒霞渓)

ส่วนด้านบนของหุบเขาคังคาเคย์นั้นนอกจากจะเป็นที่ตั้งของสถานี Ropeway ยังมีร้านอาหาร และร้านของของฝากที่ระลึกซึ่งเป็นสินค้าพื้นเมืองของเกาะโชโดะชิมะ และของจังหวัดคางาวะด้วยเช่นกัน ส่วนด้านนอกเลยลานจอดรถจะเป็นจุดชมวิวที่มีรั้วคั่น มุมนี้ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดบนเกาะเพราะสามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรวมของเกาะและทะเลในเซโตะอันสวยงาม

หุบเขา Kankakei (寒霞渓)
[info-g “”] 34.515171, 134.299880

  • สวนลิง Choshikei Monkey Park

สวนลิง Choshikei Monkey Park

สวนลิง Choshikei ตั้งอยู่ใกล้กับถนนเส้น Shodoshimaskyline หรือถนนหมายเลข 27 (จะมีทางแยกเข้าไปยังสวนลิงอีกที) ภายในสวนลิงนี้ได้เป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสมญี่ปุ่นแก้มแดงกว่า 500 ตัว แต่ละตัวใช้ชีวิตอย่างอิสระ

สวนลิง Choshikei Monkey Park

บนพื้นที่ขนาดใหญ่ของสวนสัตว์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมรอบๆ และให้อาหารลิงอย่างใกล้ชิดและปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการแสดงของลิงที่ถูกฝึกมาอย่างดี โดยจะแบ่งการแสดงออกเป็น 2 ช่วงต่อวัน

สวนลิง Choshikei Monkey Park
[info-g “”] 34.511867, 134.213119

  • วัดเจ้าแม่กวนอิม (Great Kannon)

วัดเจ้าแม่กวนอิม

วัดตั้งอยู่บนเนินสูงฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์สีขาวขนาดใหญ่พระพักต์งดงามเปี่ยมด้วยความเมตตา รูปปั้นนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1993 มีความสูงถึง 50 เมตร ด้านบนสุดขององค์พระ (สามารถเข้าไปชมด้านในได้) เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในส่วนของพระทนต์ของพระพุทธเจ้า

วัดเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งได้รับการบริจาคจากวัดในประเทศศรีลังกา และบริเวณชั้นนี้จะมีช่องหน้าต่างให้สามารถชมวิวเกาะโชโดะชิมะในมุมสูงได้อย่างชัดเจน ส่วนด้านในองค์พระชั้นล่างยังประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมขนาดเล็กสีทองจำนวนหลายร้อย
องค์ตามทางเดินคล้ายเขาวงกต รวมถึงด้านนอกก็มีรูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นหินอ่อนจำนวนหลายร้อยองค์ด้วย

วัดเจ้าแม่กวนอิม (Great Kannon)
[info-g “”] 34.511867, 134.213119

  • นาขั้นบันได Senmaida

นาขั้นบันได Senmaida

บนเกาะโชโดะชิมะก็มีนาขั้นบันไดเช่นกัน แถมนาขั้นบันไดที่นี่ยังมีอาณาเขตกว้างขวางมีที่นากว่า 1,000 ผืนไล่ ระดับความสูงจากพื้นล่างขึ้นไปบนเนินสูงอย่างงดงามจนติดอันดับ 1 ใน 100 ของนาขั้นบันไดที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น บริเวณนาขั้นบันไดที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะนี้ตั้งอยู่ในเขต Nakayama เป็นเขตพื้นที่ทำนาของคนบนเกาะ

นาขั้นบันได Senmaida

บรรยากาศรอบๆ ให้ความเป็นชนบทญี่ปุ่นสูง นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ผ่านชุมชนอันเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ของชาวเกาะ

นาขั้นบันได Senmaida

ใกล้กันยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้า และเวทีคาบูกิเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งบันเทิงเพียงไม่กี่แห่งบนเกาะไกลโพ้นทะเลเช่นนี้ และเมื่อเดินไปยังด้านล่างของนาขั้นบันได จะมีสถาปัตยกรรมที่ทำจากไม้ไผ่สานเป็นรูปทรงคล้ายโดม สามารถเดินชมรอบๆ หรือเข้าไปชมด้านในได้

นาขั้นบันได Senmaida

นาขั้นบันได Senmaida
[info-g “”] 34.504620, 134.241641

ที่มาข้อมูลและภาพ : หนังสือ Unseen&Amazing Japan