สวัสดีค่ะแฟน DPlus Guide ทุกท่าน ก่อนจะเริ่มเล่าประสบการณ์กินเที่ยวแบบฮาๆ ขอบอกก่อนว่า “เราไม่เคยสนใจอะไรหรืออยากมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมาก่อนเลย” การมาประเทศญี่ปุ่นอาจจะเป็นความฝันของหลายคน เพราะช่วงนั้นประเทศยังไม่เปิดมาก การเข้ามาประเทศญี่ปุ่นจึงกลายเป็นเรื่องยาก แต่เราก็ไม่คิดจะอยากมา และไม่คิดไม่ฝันด้วยว่าจะได้แต่งงานกับคนญี่ปุ่น คือว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่ผู้ชายญี่ปุ่นจะชอบ แล้วผู้ชายญี่ปุ่นก็ไม่ใช่แนวทางของเราเลย มันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายมากสำหรับผู้หญิงตัวดำๆอย่างเรา แต่ไม่ใช่เราคนเดียวนะที่คิดแบบนี้ คนรอบข้างเราเองก็ออกจะตกใจกันหมด

แต่เมื่อเราได้ตัดสินใจที่จะต้องใช้ชีวิตในญี่ปุ่น เราก็ต้องหาข้อมูลกันหน่อยว่าส่วนมากคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเค้าจะอยากเห็นหรือเที่ยวที่ไหนกันที่สุด แต่โดยส่วนตัวเราเองก็อยากเห็น “หิมะ” นะ และที่สำคัญมากก็คงจะเป็นดอกไม้ประจำชาติอย่างดอก “ซากุระ” และมีอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือ “ภูเขาไฟฟูจิ

jp1-1

แฟนเราเลยหาเวลาว่างไปเที่ยวด้วยกัน และไปกันแบบกรุ๊ปทัวร์ ได้นั่ง “ชิงกังเซน” ครั้งแรกด้วย เราว่าการมองหน้าต่างในระหว่างเดินทางมันเป็นภาพที่สวยงามมาก เห็นทุ่งนา บ้านคน เราว่าด้วยความที่บ้านเมืองเค้าสะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบมันทำให้ดูน่ามอง เราเดินทางมาถึงสถานี “นาโกย่า” ก็ต่อรถบัส แวะเที่ยวสถานที่ต่างๆ อ้อลืมบอกไปกรุ๊ปทัวร์ที่ไปส่วนมากจะเป็นป้าๆ ลุงๆ มีเราเด็กสุดแล้ว

เรารู้สึกว่าคนญี่ปุ่น จะมีแอ๊คติ้งกับทุกอย่างรอบตัวไปหมดดูตื่นเต้นกับทุกๆอย่างรอบตัวไปหมด เราแปลกใจนะว่าพวกเค้าเป็นอะไรมากป่าว อย่างเช่นเห็น ดอกไม้ คุณป้าก็จะมีแอ๊กติ้งว่า “โอ้มันสวยมาก” คือแบบตกใจอย่างกะพึ่งเห็นครั้งแรกในชีวิตประมาณนั้น (ทั้งๆที่ดอกไม้ชนิดนี้มีทั่วญี่ปุ่น) แล้วสักพักก็มีเสียงการสนับสนุนถึงความสวยงามเป็นระยะ เราว่ามันคงเป็นจิตวิทยาหมู่มากกว่า 5555 และตลอดการเดินทางก็จะเป็นแบบนี้ตลอด มีเราที่ไม่เป็น จนแฟนถามเราว่าไม่สนุกเหรอ หรือว่าไม่ชอบ เราว่าสนุกนะสวยดีเราชอบ แฟนเราว่าไม่เห็นเราแสดงอาการอะไร อ๋อนี้ฉันต้องตื่นเต้นตามคนอื่นด้วยใช่มั๊ย จะต้องทำเสียงสูงดีใจเหรอ บ้านฉันเค้าตื่นเต้นกันแบบนี้มั๊ยน๊าา สรุปเราก็ตื่นเต้นตามทุกคนไปค่ะ 5555 (อยากบอกว่าอาการนี้ติดตัวไปจนถึงตอนกลับมาเมืองไทย มีคนถามว่าเราเป็นอะไรมากไปป่าว 5555 คือมันติดอะนะ)

jp2-1

หลังจากชมโน้นนี้ เกือบเย็นพวกเราก็เข้าเช็คอินโรงแรม บอกเลยวันนี้สนุกและก็เหนื่อยมาก เมื่อกินข้าวเย็นกันเสร็จก็เตรียมตัวอาบน้ำ ซึ่งโรงแรมนี้ (จำไม่ได้ว่าโรงแรมอะไร) เขามีชื่อเสียงของ “ออนเซน” เราก็บอกแฟนว่าเราไม่ไปนะ จะอาบน้ำในห้อง แฟนว่าไม่ได้! ด้วยอากาศหนาวและเหนื่อย การ “แช่ออนเซน” มันจะทำให้เราผ่อนคลาย แต่เราไม่เคยแช่อะ และก็อายด้วยแก้หมดแล้วคนก็เยอะ แฟนว่าไม่มีใครเค้าสนใจหรอก เป็นเรื่องปกติของที่นี่ ยิ่งดำๆคนยิ่งไม่สน (พูดน่าตบค่ะ) สุดท้ายก็ต้องไป ถึงจะเขิลบ้างแต่ก็พยามทำแบบปกติ อิอิ คนอื่นก็ไม่มีใครสนใจใคร แต่เราอะมองทุกคนเลย แอบนินทาในใจด้วย (แต่เราไม่บอกหรอก) หลังจากนั้นก็ต้องไปอาบน้ำล้างตัวก่อน แต่ด้วยข้อมูลที่แน่นมาก เลยเปิดไม่เป็นคร๊าาา ก็แอบดูคนข้างๆแล้วทำตาม มันก็ผ่านมาได้

หลังจากนั้นถึงได้ลงแช่ค่ะ มีหลายบ่ออะซึ่งเราไม่เข้าใจหรอก ก็ลงๆไป ร้อนนะเราว่า คือครั้งแรกด้วย พอแป๊บนึงก็มีคุณป้า 2-3 คนลงมาแช่บ่อเดียวกับเรา ซึ่งคุณป้ามองเราอะ!!! เราก็คิดนะ มองอะไร ไหนบอกไม่สนใจกันไง แต่เราก็ยิ้มแล้วก็พยามไม่สนใจ แต่คุณป้าก็เอ่ยถามเรานะว่าประมาณ “ไปทำอะไรมาทำไมถึงดำ” เราก็แบบ ห๊ะ คืออย่างที่เราบอกมาตอนต้นอะคนญี่ปุ่นจะมีแอ๊คติ้งนะ เราก็บอกว่าเป็นต่างชาติไม่ใช่คนญี่ปุ่น คุณป้าดูตกใจ (แบบแกเห็นมากับสามีญี่ปุ่นเลยเข้าใจว่าเป็นคนญี่ปุ่นนะ) แล้วก็ถามต่ออีกว่า “สีแบบนี้มาตั้งแต่เกิดเหรอ” อืมมมมม เราก็ตอบ “ใช่” แกก็เลยพูดว่าสีแบบนี้สวยดีนะ เราก็คิดนะคือ ป้าค่ะมันไม่ทันแล้วค่ะ 55  เราก็พยามไม่สนใจ แต่คุณป้าไม่จบคร๊าาาถามต่อ “ทำไมแบบปล่อยให้ขนเยอะ” อย่านะอย่าพึ่งคิดลึก คือเราเป็นคนมีขนแขนกับขนขาเยอะแบบผู้ชายเลย ห้ามคิดนอกเรื่องนะ คิดแต่แขนกับขาก็พอ เราก็ยิ้มแหละ ไม่ตอบค่ะ ป้าคงรู้ว่าเสียมารยาทมั้งก็เลยเปลี่ยนเรื่อง คือที่จริงถ้าสัมผัสคนญี่ปุ่นเยอะๆ จริงๆแล้วคนญี่ปุ่นก็มีมุมขี้เม้าส์นะ ยิ่งป้าๆแล้วไม่ต้องพูดถึง เม้าส์กระจาย

jp3-1

แช่ออนเซ็นสมใจสักพักก็กลับมาเล่าให้แฟนฟัง แฟนก็หัวเราะแล้วก็พูดว่า “กะแล้วเชียวว่าต้องมีคนตกใจ” เราก็แบบอ้าววว คือเราก็ว่าไม่ได้ดำมากนะ ผิวเข้มหน่อยเดียวเอง ทำอย่างกะไม่เคยเจอกัน แหมต่างชาติออกเกลื่อนญี่ปุ่น ชึ่งเราคิดว่าถ้ามาท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่เป็นคนไทยก็คงดูปกติ ไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ แต่จะถูกมองก็ต่อเมื่ออยู่กับแฟนเท่านั้น เคยถามแฟนหลายครั้งนะ แฟนก็ว่าเค้าคงมองคนตัวดำเพราะไม่เคยเห็น (แฟนเค้าปากแกน่าเอาอะไรยัดตลอดแหละ) วันนี้ขอจบเรื่องเล่าของวันนี้ก่อนนะคะเดี๋ยวเราจะกลับมาเล่าให้ฟังใหม่แน่นอนค่ะ :D

jp4-1

เรื่อง : หินตั้ง

Facebook Comments