เคยคิดว่าการไปประเทศจีนกับการทำวีซ่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่ทุกคนต้องทำอยู่แล้ว มันจะยากอะไร้ ข้อมูลการเตรียมเอกสารและการเตรียมตัวก่อนไปขอวีซ่าก็หาอ่านได้จากเว็บไซต์ที่อากู๋ (Google) แนะนำ หรือเว็บสถานทูตจีน เอกสารมีไม่มากไม่มายแค่ต้องเตรียมให้ครบก็เท่านั้น

ไปจีนครั้งนี้เราไปเมืองกวางโจว จุดประสงค์ก็เพื่อไปเดินตลาดค้าส่ง ซื้อของมาขาย รวมทั้งไปร่วมงาน Canton Fair ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมผู้ประกอบการร้านค้า และโรงงานที่มีกำลังการผลิตให้เราได้ออเดอร์สินค้ากันแบบราคาโรงงาน จบ!

วกกลับมาเข้าเรื่องการขอวีซ่า ที่วางแผนเอาไว้ตั้งใจจะขอแบบเข้าครั้งเดียวค่ะ ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 1,000 บาท รอวีซ่า 4 วัน ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เพราะถ้าอยากได้เร็วกว่านี้ค่าธรรมเนียมก็จะแพงขึ้น ซึ่งถ้ารอ 2-3 วัน ต้องจ่าย 1,800 บาท และภายใน 1 วันแบบด่วนจี๋ ก็อัพราคาเป็น 2,200 บาท เราไม่รีบก็เลือกแบบธรรมดาตามที่วางแผนไว้…จัดไป!

ขอวีซ่าจีนต้องใช้อะไรบ้าง มาดูกันเลย!
ขอวีซ่าจีนต้องใช้อะไรบ้าง มาดูกันเลย!

วันที่ไปทำวีซ่าจีน ก็ตื่นตั้งแต่ตี 5 อาบน้ำอาบท่าออกเดินทางกว่า จะถึงก็เกือบๆ 7 โมงเลยทีเดียว เพราะ แผนกวีซ่าสถานทูตจีน อยู่ที่รัชดาซอย 3 (ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่ อาคารธนภูมิ ชั้น 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แล้วจ้า!) เช้าๆ นี่รถติดมหากาฬเลยเถอะ! พอถึงตึกก็เดินขึ้นไปชั้น 2 ขอคิวที่หน้าประตูพร้อมแบบฟอร์มมากรอก พลิกดูเลขคิวเท่านั้นแหละ โอ้ว…แม่เจ้า คิวปาไป 200 กว่า นี่ถ้ามา 9 โมงตามเวลาทำการ อาจจะไม่ทันเวลาก่อนปิดเคาน์เตอร์ได้ เพราะฉะนั้นควรวางแผนการเดินทางกันให้ดีๆ

แผนกวีซ่าสถานฑูตจีนอยู่ที่รัชดาซอย 3 มาถึงก็ขึ้นไปชั้น 2 ได้เลยจ้า
แผนกวีซ่าสถานทูตจีนอยู่ที่รัชดาซอย 3 มาถึงก็ขึ้นไปชั้น 2 ได้เลยจ้า

จากนั้นเราก็ยืนกรอกเอกสารที่เคาน์เตอร์อย่างใจเย็น เพราะคิวอีกนาน แต่ใบกรอกต้องเขียนรายละเอียดเยอะใช่ย่อย แต่ใช่ยาก เพราะมีตัวอย่างและคำอธิบายติดผนังให้ส่องดูได้

ยืนกรอกเอกสารที่เคาน์เตอร์ มีตัวอย่างการกรอกติดผนังให้ดูเป็นตัวอย่างอยู่นะคะ
ยืนกรอกเอกสารที่เคาน์เตอร์ มีตัวอย่างการกรอกติดผนังให้ดูเป็นตัวอย่างอยู่นะคะ

กรอกเสร็จเรียบร้อยก็หาที่นั่งได้เพราะอีกนานมากๆ เก้าอี้ไม่ว่างก็หาผนังแอบอิง ผนังช่วยพยุงขาไม่ได้แล้วก็พื้นแถวๆ นั้นแหละ แค่อย่าขวางทางเดินเป็นพอ

ระหว่างที่นั่งรอเราก็ได้เรียนรู้และเห็นอะไรหลายๆอย่าง…ว่า…

– กิจการเกี่ยวการรับฝากยื่นมีเยอะมาก เขามีเป็นทีมงานเลย และเขาจะกดคิวไว้เผื่อกัน มายื่นทีพาสปอร์ตนี่เป็นตั้งๆเชียว

– นั่งนานจนได้เพื่อนใหม่ ก็เหงาอะนะ ก็เลยคุยสอบถามคนข้างๆ กันไป

– วีซ่าจีนคนต่างชาติก็มาขอกันเยอะมาก ต่างจากคนไทยที่จะไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องมีการวางแผนขอให้เสร็จสรรพ แต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเขาจะเป็น Backpacker ตัวจริง เรียกได้ว่าไปหาจุดหมายและขอวีซ่าเอาข้างหน้า ดูน่าตื่นเต้นดี

คนเยอะมาก T_T รอคิวจนได้เพื่อนใหม่เลยค่ะ
คนเยอะมาก T_T รอคิวจนได้เพื่อนใหม่เลยค่ะ

แต่ชีวิตการนั่งรอก็ไม่ได้น่าเบื่อเสมอไป… เมื่อพี่ทีมกิจการรับฝากจดกดคิวมาเผื่อเกิน แล้วคิวของเขาใกล้จะถึงแล้ว เขาก็คงไม่อยากให้คิวที่กดมาเสียเปล่าก็เลยเดินมาสอบถามว่าของเราคิวเท่าไหร่ ของเขาเลขคิวเร็วกว่านะแลกได้ (เขาก็คงเอาคิวของเราไปเผื่อให้คนอื่นที่มาหลังจากนี้)

วินาทีนั้นเหมือนสวรรค์ทรงโปรด จากที่คิดว่าคงต้องไปกินข้าวเที่ยงก่อนแล้วกลับมาบ่าย วี่แววที่จะจบก่อนเที่ยงมันมาแล้ว! และอีกไม่นานเจ้าหน้าที่ก็ประกาศเรียก โอ้ย…รีบเก็บข้าวของวิ่งพุ่งไปที่ช่องรับยื่นวีซ่า ในใจคิด… “ชั้นจะได้กลับบ้านแล้ว!”

ถึงหน้าช่องก็ยื่นปึกเอกสารที่เตรียมมาเป็นอย่างดีครบถ้วนให้กับเจ้าหน้าที่รับไปตรวจสอบ ระหว่างนั้นก็ยืนใจเต้น ขออย่าให้ท้วงอะไรเล้ย แต่ทันใดนั้น โป๊ะแตก ปุ๊!

เจ้าหน้าที่ : บริษัทที่ทำอยู่นี่ทำกิจการเกี่ยวกับอะไรคะ?

เรา : อ่อ ทำหนังสือคอมพิวเตอร์ค่ะ

เจ้าหน้าที่ : ถ้าเป็นบริษัทเกี่ยวกับสื่อ คุณต้องมีเอกสารจากบริษัทรับรองว่าคุณไปเพื่อการท่องเที่ยว ไม่เกี่ยวกับงานของบริษัทมายื่นแนบด้วยค่ะ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ยื่นปึกเอกสารกลับมา เรายืนอึ้งอยู่ซักพักแล้วตอบว่า “ค่ะ” จบข่าวสาวดอย เดินหันหลังกลับ…คำอธิบายของเจ้าหน้าที่มันชัดเจนอะไรซะขนาดนี้ และที่มานั่งรอแต่เช้า เพียงเพื่อมารอฟังประโยคนี้ประโยคเดียวเท่านั้นหรอ ไม่เห็นจะมีสำนักไหนเขียนหรือรีวิวบอกไว้ก่อนเลยว่าต้องเจอประเด็นนี้!

ประสบการณ์ขอวีซ่าไปจีน ที่ทำให้ต้องช็อก คอตกกลับบ้าน

สุดท้าย และท้ายสุด ยอมยกธงขาวเพราะไม่สะดวกมานั่งรอในวันอื่นๆ แล้ว หันหน้าเข้าใช้บริการของบริษัทที่รับจ้างยื่นขอวีซ่าสนนราคาที่ 1,500 บาท (เพิ่มจากราคาปกติมา 500 บาท) ให้เอกสารเท่าที่มีวันนั้น (ใบรับรองที่จากบริษัทที่เจ้าหน้าที่ขอก็ไม่ได้กลับไปขอนะ) แบบฟอร์มก็ไม่ต้องกรอก เดี๋ยวบริษัทรับจ้างยื่นวีซ่าจะกรอกให้ใหม่ จ่ายเงินแล้วเขาบอกให้มารับหลังจากวันนั้น 5 วัน …พอถึงเวลานัดรับ ก็ได้มาอย่างไม่มีข้อท้วงติง

ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า “การสืบค้นหาความรู้และเตรียมความพร้อมเป็นเรื่องดี แต่อะไรที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นได้เสมอ” 555

เรื่อง : @ipookpui | DPlus Guide Team