10 เทศกาลดังของญี่ปุ่น ตอนที่ 2

864 views

จากบทความที่แล้ว (10 เทศกาลดังของญี่ปุ่น ตอนที่ 1) ได้แนะนำเทศกาลดังของญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนกันแล้ว มาถึงตอนนี้ก็จะเป็นเทศกาลดังเช่นกัน แต่เป็นฤดูอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ มาดูกันเลย ว่ามีเทศกาลอะไรกันบ้าง

Snow Festival (雪まつり)

เทศกาลหิมะ หรือ Snow Festival (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Yuki-matsuri) ถูกจัดขึ้นทุกสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ เป็นเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น และสถานที่สำหรับจัดเทศกาลนี้อยู่บนเกาะฮอกไกโด

ตุ๊กตาหิมะตัวเบ้อเริ่มหน้าตึกที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด
ตุ๊กตาหิมะตัวเบ้อเริ่มหน้าตึกที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด

Sapporo Snow Festival (さっぽろ雪まつり)

เทศกาลหิมะเริ่มจัดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 ในเมืองหลักอย่างซัปโปโร แรกเริ่มมีแค่นักเรียนหกคนจากโรงเรียนในบริเวณใกล้เคียงมาปั้นรูปปั้น 6 ชิ้น ด้วยหิมะในสวนโอโดริ ต่อมาในปี ค.ศ. 1955 กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นเข้ามาร่วมด้วยโดยสร้างรูปปั้นหิมะขนาดยักษ์ขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้คนเริ่มสนใจมาดูกันมากขึ้น

เด็กๆ ของเมืองจะช่วยกันปั้นตุ๊กตาหิมะ พร้อมกับชื่อเจ้าของผลงานด้วย
เด็กๆ ของเมืองจะช่วยกันปั้นตุ๊กตาหิมะ พร้อมกับชื่อเจ้าของผลงานด้วย
ปราสาทญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างจากหิมะ
ปราสาทญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างจากหิมะ

ในปี ค.ศ. 1974 เริ่มแข่งขันปั้นรูปปั้นหิมะโดยทีมจากประเทศต่างๆ รวมทั้งได้มีการขยายพื้นที่จัดงานออกเป็นหลายที่หรือหลาย site ซึ่งแต่ละที่ก็มีลักษณะแตกต่างกัน ดังนี้

สวนโอโดริ (Odori site)
[info-t] 4 – 11 กุมภาพันธ์
[info-l] สวน Odori เมือง Sapporo จังหวัด Hokkaido

สถานที่จัดงานหลักอยู่ ณ บริเวณสวน Odori
สถานที่จัดงานหลักอยู่ ณ บริเวณสวน Odori
ครั้งหนึ่งที่เวทีหลักเคยมีการปั้นหิมะเป็นรูปวัดเบญจมบพิตรของไทยด้วย
ครั้งหนึ่งที่เวทีหลักเคยมีการปั้นหิมะเป็นรูปวัดเบญจมบพิตรของไทยด้วย
ในยามค่ำคืนของฤดูหนาว บริเวณสวนโอโดริ และหอคอยซัปโปโรจะมีการประดับประดาไฟอย่างงดงาม
ในยามค่ำคืนของฤดูหนาว บริเวณสวนโอโดริ และหอคอยซัปโปโรจะมีการประดับประดาไฟอย่างงดงาม

รวมงานปั้นและแกะสลักหิมะ บริเวณสวนโอโดริ กลางเมืองซัปโปโร เป็นที่จัดแสดงผลงานปั้น และแกะสลักหิมะมายาวนานกว่า 64 ปี มีทีมเข้าแข่งขันจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาสร้างผลงานยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งทีมของไทยก็สามารถคว้าแชมป์ได้หลายปีซ้อน

Susukino site
[info-t] 4 – 11 กุมภาพันธ์
[info-l] ย่าน Susokino เมือง Sapporo จังหวัด Hokkaido

ที่บริเวณย่านซูซูกิโนะจะเป็นการประกวดการแกะสลักน้ำแข็งเป็นหลัก
ที่บริเวณย่านซูซูกิโนะจะเป็นการประกวดการแกะสลักน้ำแข็งเป็นหลักค่ะ
น้ำแข็งสลักในย่านซูซูกิโนะ ในยามค่ำคืนถูกประดับไฟอย่างสวยงาม
น้ำแข็งสลักในย่านซูซูกิโนะ ในยามค่ำคืนถูกประดับไฟอย่างสวยงาม

ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลหิมะ (Sapporo Snow Festival) ด้วย (จัดขึ้นพร้อมกัน) โดยจะปิดถนนใหญ่ให้คนเดินและจัดแสดงงานแทน สำหรับเทศกาลน้ำแข็งซูซูกิโนะ ต่างกับเทศกาลหิมะที่สวนโอโดริตรงที่งานของย่านนี้จะใช้การแกะสลักก้อนน้ำแข็ง (คล้ายที่เคยนิยมทำกันในงานแต่งงานตามโรงแรมต่างๆ) อันวิจิตร อลังการ ด้วยเลื่อยไฟฟ้าและเครื่องมืออื่นๆ ให้เป็นรูปร่างต่างๆ ไม่ได้ใช้การปั้นหิมะ ชิ้นงานที่ได้จึงมีความใส แสงไฟส่องผ่านระยิบระยับได้สวยงามมาก

Tsudome site
[info-t] 4 – 11 กุมภาพันธ์
[info-d] จากรถไฟใต้ดินสาย Toho ลงที่สถานี Sakaemachi จะมีรถบัสบริการรับ-ส่งไปถึงหน้างานที่ Tsudome ราคาคนละ 200 เยน นอกจากนี้ยังมีรถบัสรับส่งจากสวนโอโดริด้วย
[info-l] บริเวณรอบๆ Saporo Dome และภายในโดม เมือง Sapporo จังหวัด Hokkaido

บริเวณ Tsudome site จะเป็นลานกว้างๆ
บริเวณ Tsudome site จะเป็นลานกว้างๆ
ลานขนาดใหญ่เน้นกิจกรรมสันทนาการของเด็กๆ
ลานขนาดใหญ่เน้นกิจกรรมสันทนาการของเด็กๆ

เป็นลานกว้างสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ บนน้ำแข็ง และมีรูปปั้นหิมะโชว์ Tsudome ชาวญี่ปุ่นออกเสียงว่า “ซึโดมึ” ตั้งอยู่ชานเมืองทางเหนือติดกับสนามบินเก่า Okadama มีโดมขนาดใหญ่อยู่กลางลานกว้าง ซึ่งโดมนี้ใช้เป็นสนามกีฬาหรือกิจกรรมในร่ม ส่วนบริเวณนอกโดมจะเป็นลานขนาดใหญ่เน้นกิจกรรมสันทนาการของเด็กๆ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหิมะซัปโปโร ลานนี้จะถูกเนรมิตให้เป็นสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่มีทั้งรูปปั้นหิมะเป็นสัตว์และตัวการ์ตูนต่างๆ รวมถึงลานสไลด์หิมะ บ้านตุ๊กตาหิมะ และมีโซนให้ปั้นตุ๊กตาหิมะด้วยตนเองอีกด้วย

Asahikawa Winter Festival (旭川冬まつり)

[info-t] 7 – 12 กุมภาพันธ์
[info-l] บริเวณสวนโทคิวะ, ที่ราบริมแม่น้ำ Ishikari และถนนคนเดิน Heiwa Dori เมือง Asahikawa จังหวัด Hokkaido

เทศกาลหิมะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเกาะฮอกไกโดรองจากเมืองซัปโปโร จัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เมืองซัปโปโรคือต้นเดือนกุมภาพันธ์อีกด้วย

เวทีขนาดมหึมาของเทศกาลหิมะเมืองอาซาฮิคาวะ
เวทีขนาดมหึมาของเทศกาลหิมะเมืองอาซาฮิคาวะ

ถึงแม้สถานที่จัดงานจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าเมืองซัปโปโร แต่ว่าขนาดของรูปปั้นหิมะนั้นยิ่งใหญ่และอลังการกว่า เห็นได้จากเมื่อปี ค.ศ. 1994 ทางเมืองอาซาฮิคาวะได้ปั้นหิมะเป็นแนวกำแพงป้อมเลียนแบบป้อมที่เกาหลี จนได้รับการบันทึก Guinness book ว่าเป็นการปั้นหิมะรูปทรงที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาแล้ว หลังจากนั้นก็มีการสร้างเวทีจากหิมะ เพื่อแสดงกิจกรรมต่างๆ เช่น ดนตรี การแสดงพื้นเมืองของชาวไอนุ ฯลฯ ส่วนรอบๆ จะตกแต่งไปด้วยรูปปั้นหิมะรูปทรงต่างๆ เต็มลาน

บริเวณสวนโทคิวะ และที่ราบริมแม่น้ำ Ishikari
บริเวณสวนโทคิวะ และที่ราบริมแม่น้ำ Ishikari
มีกิจกรรมเล่นสนุก สำหรับเด็กๆ ด้วย
มีกิจกรรมเล่นสนุก สำหรับเด็กๆ ด้วยค่ะ

นอกจากนี้เทศกาลหิมะแล้ว ไฮไลท์ของงานอีกแห่งคือ การประกวดแกะสลักน้ำแข็ง ที่จัดขึ้นบริเวณถนนคนเดิน Heiwa Dori ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งสายหลักของเมืองอาซาฮิคาวะ มีการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปทรงต่างๆ คล้ายๆ กับที่ย่านซูซิกิโนะ เมืองซัปโปโร แต่กินพื้นที่เยอะกว่ามาก รวมถึงมีผลงานที่หลากหลายกว่า

เจดีย์แกะสลักน้ำแข็ง
เจดีย์แกะสลักน้ำแข็ง
ตรงบริเวณหน้าสถานี JR Asahikawa ก็มีการแกะสลักน้ำแข็ง รวมไปถึงการประดับไฟในยามค่ำคืน
ตรงบริเวณหน้าสถานี JR Asahikawa ก็มีการแกะสลักน้ำแข็ง รวมไปถึงการประดับไฟในยามค่ำคืนด้วย

Sounkyo Ice Waterfall Festival (層雲峡温泉 氷瀑まつり)

[info-t] ต้นเดือนมกราคม-ปลายเดือนมีนาคม
[info-l] หมู่บ้าน Sounkyo จังหวัด Hokkaido

ในฤดูหนาวที่ยาวนานของบริเวณหุบเขาไดเซ็ตสึซังฝั่งหมู่บ้านโซอุนเคียว ได้มีการจัดงานเทศกาลเกี่ยวกับน้ำแข็งเช่นเดียวกับที่อื่นๆ แถมยังจัดยาวนานกว่าด้วยคือตั้งแต่เดือนมกราคม-ปลายเดือนมีนาคมเลยทีเดียว

สถานที่จัดงาน Sounkyo ice waterfall festival
สถานที่จัดงาน Sounkyo ice waterfall festival

เทศกาลน้ำตกน้ำแข็งของหมู่บ้านโซอุนเคียว ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1976 ณ บริเวณแม่น้ำ Ishikari และรอบๆ ซึ่งในฤดูหนาวน้ำในแม่น้ำจะเป็นน้ำแข็ง กอปรกับพื้นที่ริมแม่น้ำมีขนาดกว้างขวางถึง 10,000 ตร.ม. จึงใช้เป็นสถานที่จัดงานได้อย่างดี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีการจัดงานขึ้นทุกปีจนถึงปัจจุบัน

ปราสาทหิมะขนาดใหญ่
ปราสาทหิมะขนาดใหญ่
น้ำแข็งแกะสลักรูปแมวเหมียว
น้ำแข็งแกะสลักรูปแมวเหมียว

พื้นที่ถูกเนรมิตรให้กลายเป็นเมืองแห่งน้ำแข็งอย่างแท้จริง รอบบริเวณจะถูกประดับประดาด้วยประติมากรรมน้ำแข็ง  และหิมะรูปทรงต่างๆ กว่า 30 ชิ้น มีการตกแต่งเป็นต้นคริสต์มาสบ้าง เลียนแบบบ้านอิกลูของชาวเอสกิโมบ้าง รวมถึงปราสาทน้ำแข็งสูงใหญ่หลายชั้นที่มีทางเดินแบบหินงอก หินย้อยที่ดูยิ่งใหญ่

โถงด้านในคล้ายหินงอก หินย้อยที่มีอยู่ในธรรมชาติ
โถงด้านในคล้ายหินงอก หินย้อยที่มีอยู่ในธรรมชาติ

ด้านในแบ่งเป็นห้องๆ บางห้องยังเป็นบาร์สำหรับดื่มเครื่องดื่มอีกด้วย ส่วนในตอนกลางคืนจะมีการประดับไฟสวยงามตามทางเดิน รวมถึงมีการจุดพลุทุกๆ 2 ทุ่มครึ่ง – 3 ทุ่มอย่างอลังการ

ในเวลา 2 ทุ่มครึ่ง - 3 ทุ่ม มีการจุดพลุอย่างอลังการกลางงาน
ในเวลา 2 ทุ่มครึ่ง – 3 ทุ่ม มีการจุดพลุอย่างอลังการกลางงาน

Hanami Festival (花見祭り)

เทศกาลชมดอกซากุระ ดอกไม้ประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิทั่วทั้งประเทศจะมีการจัดเทศกาลชมความงามของดอกซากุระ และต้อนรับฤดูกาลอันอบอุ่น ซึ่งแต่ละเมืองอาจจะมีเวลาจัดงานไม่ตรงกันขึ้นอยู่กับว่าดอกซากุระนั้นเบ่งบานช่วงไหน แต่ส่วนใหญ่ทางใต้จะจัดเร็วกว่าทางเหนือ เนื่องจากซากุระจะบานจากใต้คือ หมู่เกาะโอกินาว่า คิวชู ชิโกกุ ฮอนชู ไล่ไปจนถึงเกาะฮอกไกโด กินเวลากว่าหนึ่งเดือน

ซากุระดอกไม้ประจำชาติญี่ปุ่น
ซากุระดอกไม้ประจำชาติญี่ปุ่น

ดังนั้นเราจะแนะนำเฉพาะเมืองที่ได้รับความนิยม และมีชื่อเสียงดังนี้

เทศกาลชมดอกซากุระที่เมือง Kawazu

[info-t] กลางเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเดือนมีนาคม
[info-l] เมือง Kawazu จังหวัด Shizuoka

ที่แนะนำเมืองนี้เนื่องจากคาวาซุเป็นเมืองแรกๆ ของญี่ปุ่นที่ดอกซากุระบานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – ต้นเดือนมีนาคม ในขณะที่อื่นๆ จะเริ่มบานช่วงปลายเดือนมีนาคมนั่นเอง

ซากุระริมแม่น้ำที่เมืองคาวาซุ
ซากุระริมแม่น้ำที่เมืองคาวาซุ
ลักษณะของดอกซากุระพันธุ์ Kawazuzakura
ลักษณะของดอกซากุระพันธุ์ Kawazuzakura

ซากุระของที่นี่เป็นพันธุ์เฉพาะ คือ Kawazuzakura ที่มีลักษณะบานเร็ว แถมดอกยังมีสีชมพูเข้มสดใส ทั่วทั้งเมืองคาวาซุโดยเฉพาะทางเดินเลียบแม่น้ำ Kawazu จะเป็นซุ้มดอกซากุระกว่า 8,000 ต้น ทั้ง 2 ฝั่งเลยทีเดียว ในช่วงนี้ก็จะมีงานเทศกาลชมซากุระ Kawazu Zakura Matsuri ไปด้วย

จุดชมซากุระหลักของเมืองคือบริเวณริมแม่น้ำ Kawazu
จุดชมซากุระหลักของเมืองคือบริเวณริมแม่น้ำ Kawazu

นอกจากจะสามารถชมความงามของดอกซากุระได้ในกลางวันแล้ว ตอนกลางคืนก็มีการประดับไฟตลอดแนวต้นซากุระอย่างงดงามอีกด้วย

ในตอนกลางคืนมีการประดับไฟตลอดแนวของต้นซากุระ
ในตอนกลางคืนมีการประดับไฟตลอดแนวของต้นซากุระ

เทศกาลชมซากุระสวน Ueno

[info-t] ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน
[info-l] สวน Ueno จังหวัด Tokyo

ช่วงต้นเดือนเมษายน มีเทศกาลชมซากุระที่สวนอูเอโนะ ซึ่งเป็นสวนขนาดใหญ่ประจำกรุงโตเกียวและเป็นที่รู้จักกันมานานแสนนาน ภายในสวนมีต้นซากุระน้อยใหญ่ หลากหลายสายพันธุ์กว่า 8,000 ต้นปลูกเรียงรายทอดยาวเป็นอุโมงค์รอบสวน มีการตั้งบูทขายอาหาร เครื่องดื่ม และขายของอยู่ทั่วบริเวณ ผู้คนจากที่ต่างๆ ก็หลั่งไหลกันมาชมความงามของซากุระ รวมถึงมาปิกนิกใต้ต้นซากุระกันอย่างเนืองแน่น นับว่าเป็นช่วงเวลาดีที่ครอบครัวได้มานั่งทำกิจกรรมร่วมกัน หรือพบปะสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูง

บรรยากาศการชมซากุระในสวนอุเอโนะ
บรรยากาศการชมซากุระในสวนอุเอโนะ
ปิกนิกใต้ต้นซากุระกับบรรยากาศอันแสนคลาสสิก
ปิกนิกใต้ต้นซากุระกับบรรยากาศอันแสนคลาสสิก

เทศกาลชมซากุระที่ปราสาท Tsuyama

[info-t] ต้น – กลางเดือนเมษายน
[info-l] บริเวณซากปราสาท Tsuyama เมือง Tsuyama จังหวัด Okayama

ปราสาทสึยามะ (Tsuyama Castle) แห่งจังหวัดโอคายาม่า เป็นปราสาทที่มีอายุกว่า 400 ปี เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปราสาทที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น แต่ในช่วงปฏิรูปเมจิหอปราสาทถูกรื้อถอนลง ปัจจุบันหลงเหลือเพียงกำแพงหินขนาดใหญ่สูง 45 เมตร กระนั้นปราสาทสึยามะ ยังเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะภายในบริเวณจากฐานกำแพงหินด้านล่างจนถึงเนินสูงสุด รวมถึงสวนปราสาท Kakuzan ถูกแวดล้อมไปด้วยต้นซากุระหลากหลายพันธุ์จำนวนกว่า 1,000 ต้น เบ่งบานอย่างอลังการ

ซากุระเบ่งบานที่สวน Kakuzan Park ก่อนจะถึงซากปราสาท Tsuyama
ซากุระเบ่งบานที่สวน Kakuzan Park ก่อนจะถึงซากปราสาท Tsuyama
อุโมงค์ซากุระ
อุโมงค์ซากุระ

จากยอดสูงสุดของแนวกำแพงหิน มีเก้าอี้ตั้งเรียงรายให้ได้นั่งชมวิวเมืองและแนวต้นซากุระที่ปลูกลดหลั่นตามทางเดินอย่างงดงาม ในต้นเดือน – กลางเดือนเมษายนของทุกปีที่ปราสาทสึยามะ

บรรยากาศของช่วงซากุระบานที่ซากปราสาท Tsuyama
บรรยากาศของช่วงซากุระบานที่ซากปราสาท Tsuyama

และสวนปราสาท Kakuzan จะมีเทศกาลชมซากุระ มีการแสดงพื้นเมือง และซุ้มอาหาร ร้านค้า เปิดกันอย่างคึกคัก ส่วนตอนกลางคืนจะมีการประดับไฟตามแนวซากุระจากฐานปราสาทด้านล่างไปจนถึงด้านบนสุดด้วย

Takayama Matsuri (高山祭)

[info-t] Takayama Spring Festival จัดขึ้น 14 – 15 เมษายน,  Takayama Autumn Festival 9-10 ตุลาคม
[info-l] เมือง Takayama จังหวัด Gifu

เทศกาล Takayama Festival (Takayama Matsuri) เป็นเทศกาลประจำปีของเมืองทาคายามะ ได้รับการยกย่องว่ามีสวยงามตระการตาน่าชมที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

เทศกาล Takayama Festival จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะเรียกว่า Takayama Spring Festival หรือ Sanno Matsuri จัดขึ้นในวันที่ 14 – 15 เมษายน เพื่อเป็นการขอพรจากเทพเจ้า ก่อนเข้าฤดูเพาะปลูก

เทศกาล Takayama Spring Festival ซึ่งจัดในฤดูใบไม้ผลิ
เทศกาล Takayama Spring Festival ซึ่งจัดในฤดูใบไม้ผลิ

และจัดอีกครั้งในฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า Takayama Autumn Festival หรือ Hachiman Matsuri จัดขึ้นในวันที่ 9 – 10 ตุลาคม เป็นการบูชาเทพเจ้าเพื่อขอบคุณหลังฤดูเก็บเกี่ยวสิ้นสุดลง และเพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูหนาว

เทศกาลทาคายามะในฤดูใบไม้ร่วง
ภาพ : Adrian, CC BY 2.0 เทศกาลทาคายามะในฤดูใบไม้ร่วง

ภายในงานจะมีขบวนแห่แบ่งตามช่วงเวลาดังนี้

ขบวนแห่รถโบราณ
[info-t] 14 – 15 เมษายน เวลา  9:30 -16:00 น.
[info-t] 9 – 10 ตุลาคม  เวลา 9:00 – 16:00 น.

จะมีขบวนแห่รถโบราณ ซึ่งทำจากไม้แกะสลัก มีความสูงประมาณ 3 ชั้น ตกแต่งประดับประดาด้วยผ้า เครื่องเขิน และลงรักปิดทองสวยงาม  โดยเฉพาะบริเวณหลังคาจะมีรูปสลักนูนสูงเป็นรูปสัตว์มงคลต่างๆ ขบวนจะเคลื่อนตัวผ่านถนนสายสำคัญต่างๆ ของเมืองทาคายามะ รวมถึงสะพาน Nakabashi ด้วย

ภาพบรรยากาศเทศกาล Takayama
ภาพ : Robert Young, CC BY 2.0 ภาพบรรยากาศเทศกาล Takayama

โคมไฟ รวมถึงการติดตั้งตุ๊กตา นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมขบวนแห่หลายร้อยคนต่างแต่งกายในชุดประเพณีดั้งเดิมที่งามสง่า

ขบวนแห่ตุ๊กตา Karakuri ningyo
[info-t] 14 เมษายน เวลา 11:00 น. และ 15:00 น., 15 เมษายน เวลา 10:00 น., และ 14:00 น.
[info-t] 9 ตุลาคม เวลา 12:00 น. และ 15:00 น., 10 ตุลาคม เวลา 11:00 น., และ 13:00 น.

ในที่นี้ก็คือรถโบราณที่ตกแต่งประดับประดาเหมือนกับขบวนแรก แต่พิเศษตรงที่ชั้นบนสุดของรถขบวนมีตุ๊กตา Karakuri ningyo ที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างน่าทึ่งราวกับมีชีวิต โดยใช้กลไกแบบภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของคนท้องถิ่น

ขบวนแห่ตุ๊กตา Karakuri ningyo
ภาพ : Robert Young, CC BY 2.0: ขบวนแห่ตุ๊กตา Karakuri ningyo

ขบวนแห่ศาลเจ้าเคลื่อนที่
[info-t] 14 เมษายน ขบวนเริ่มเคลื่อนที่จากศาลเจ้า เวลา 13:00 น., 15 เมษายน ขบวนกลับมาถึงศาลเจ้า เวลา 16:00 น.
[info-t] 9 ตุลาคม ขบวนเริ่มเคลื่อนที่จากศาลเจ้า เวลา 13:00 น., 10 ตุลาคมขบวนกลับมาถึงศาลเจ้า เวลา 16:00 น.

ขบวนแห่ศาลเจ้าเคลื่อนที่ (mikoshi) ไปรอบๆ เมือง ในเวลา 2 วัน (ไป-กลับ) โดยชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าในศาลเจ้ามีเทพเจ้า (ศาสนาชินโต) สถิตย์อยู่

ขบวนแห่ศาลเจ้าเคลื่อนที่
ภาพ : Yuya Tamai, CC BY 2.0 : ขบวนแห่ศาลเจ้าเคลื่อนที่
ขบวนแห่ศาลเจ้าเคลื่อนที่ (mikoshi)
ภาพ : ZiJing, CC BY 2.0 : ขบวนแห่ศาลเจ้าเคลื่อนที่ (mikoshi)

ขบวนแห่รถโบราณช่วงเย็น
[info-t] 14 เมษายน เวลา 18:30 – 21:00 น.
[info-t] 9 ตุลาคม เวลา 18:00 – 21:00 น.

เวลาเย็นของเทศกาลวันแรก จะมีขบวนรถโบราณที่ตกแต่งด้วยโคมไฟอย่างสวยงาม แห่ไปรอบๆ เมืองเรียกว่า Yomatsuri เป็นช่วงเวลาที่มีคนร่วมงานเป็นจำนวนมาก และถือเป็นไฮไลท์ของเทศกาลอีกด้วย

ขบวนแห่รถโบราณ Yomatsuriช่วงเย็น
ภาพ : Paul Robinson, CC BY 2.0 : ขบวนแห่รถโบราณ Yomatsuriช่วงเย็น

Karatsu Kunchi Festival (唐津くんち)

[info-t] 2 – 4 พฤศจิกายน
[info-l] เมือง Karatsu จังหวัด Saga

เทศกาลสำคัญประจำศาลเจ้าคะระสึ (Karatsu Jinja) ของจังหวัดซากะ เกาะคิวชู ที่สืบทอดกันยาวนานกว่า 400 ปี จัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อทำการขอบคุณเทพเจ้าสำหรับการเก็บเกี่ยวพืชผลที่อุดมสมบูรณ์ และในปี ค.ศ. 1980 เทศกาลนี้ได้ถูกยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ของญี่ปุ่น ถือเป็นเทศกาลที่สำคัญอย่างมาก

พาเหรดแห่โคมลอยขนาดใหญ่
พาเหรดแห่โคมลอยขนาดใหญ่

ไฮไลท์สำคัญของเทศกาลอยู่ในช่วงของวันที่สอง (ของเทศกาล) โดยจะมีพาเหรดแห่โคมลอยขนาดใหญ่บนรถโบราณ ซึ่งโคมนี้ถูกเรียกว่า Hikiyama สร้างสรรค์ให้เป็นรูปทรงต่างๆ อาทิ ปลาสีแดง สิงโต เกราะซามูไร มังกร หรือปลามังกร อย่างสวยงามแปลกตา แต่ละตัวจะมีความสูงประมาณ 6.8 เมตร หนักราว 3 ตัน ขบวนแห่จะประกอบด้วย Hikiyama จำนวน 14 โคม

ขบวนจะถูกแห่ไปรอบๆ เมือง ไปพร้อมกับวงดนตรีพื้นเมือง และกลองไทโกะ
ขบวนจะถูกแห่ไปรอบๆ เมือง ไปพร้อมกับวงดนตรีพื้นเมือง และกลองไทโกะ เป็นต้น

Note: Hikiyama สร้างจากโครงสร้างทำจากไม้ แปะด้วยกระดาษ washi ของญี่ปุ่น รวมถึงดินเหนียว เมื่อเซ็ตตัวแล้ว จะมีการทาสีเคลือบ ส่วนใหญ่จะทาสีสันสดใส มีลวดลายเป็นสีทองและเงิน

การเคลื่อนขบวน Hikiyama อันยิ่งใหญ่ ตระการตาของเมือง
การเคลื่อนขบวน Hikiyama อันยิ่งใหญ่ ตระการตาของเมือง

เคลื่อนที่โดยใช้แรงลากดึงจากกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดพื้นเมืองไปยังจุดสำคัญต่างๆ ของเมือง พร้อมทั้งบรรเลงเพลงด้วยปี่ กลอง และเสียงตะโกนอย่างอึกทึกจากนั้นจะสิ้นสุดที่หาด Nishinohama โดยทุกขบวนจะไปรวมตัวกันที่นั่น และจัดเรียงกันอย่างสวยงาม

Hikiyama สร้างสรรค์ให้เป็นรูปทรงต่างๆ หนักราว หนักราว 3 ตัน
Hikiyama สร้างสรรค์ให้เป็นรูปทรงต่างๆ หนักราว หนักราว 3 ตัน เลยทีเดียว

เมื่อเสร็จพิธีบรรดาโคม Hikiyama จะถูกจัดเก็บไว้ยัง Hikiyama Float Exhibition Hall บริเวณใกล้กับศาลเจ้า Karatsu ของเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ สามารถซื้อตั๋วเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ได้

Niihama Taiko Festival (新居浜太鼓祭り)

[info-t] 16 – 18 พฤศจิกายน
[info-l] เมือง Niihama จังหวัด Ehime

เทศกาลแข่งตีกลองไทโกะ อันยิ่งใหญ่ของเมืองนีฮามะ (Niihama)  จังหวัดเอฮิเมะ(Ehime Prefecture) เกาะชิโกกุ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ถือเป็นการเฉลิมฉลองหลังเก็บเกี่ยวพืชผลสำเร็จ รวมถึงเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมที่ยาวนานกว่า 1,000 ปี

เทศกาลนี้ชาวญี่ปุ่นรู้จักกันดีในชื่อ Otoko-matsuri หรือเทศกาลของผู้ชาย เนื่องจากต้องใช้พละกำลังของชายฉกรรจ์ที่มีร่างกายแข็งแรงและมีประสบการณ์กว่า 150 คน ต่อขบวนกลองไทโกะ 1 ใบ รวมกับผู้ที่ตีกลอง คนกำกับแคร่ คนกำกับกลองอีกกว่า 10 คน

พลแบกเป็นชายฉกรรจ์จำนวน 150 คน
ภาพ : WEB_OYAJI, CC BY 2.0 : พลแบกเป็นชายฉกรรจ์จำนวน 150 คน

สาเหตุที่ต้องใช้ชายฉกรรจ์จำนวนมากขนาดนี้เพราะกลองแต่ละใบ (รวมถึงแคร่) มีน้ำหนักถึง 3 ตัน และมีความสูงเฉลี่ย 5.5 เมตรเลยทีเดียว เหนือสิ่งอื่นใดคือการประดับตกแต่งกลองของตนเองของผู้เข้าแข่งขัน จะมีความงดงาม ประณีต แฝงด้วยศิลปะชั้นสูงที่หาชมได้ยาก ส่วนคนตีกลองจริงๆ จะอยู่ด้านในตัวฐานของกลองไทโกะนั่นเอง ในแต่ละปีจะมีขบวนกลองไทโกะเข้าร่วมกว่า 47 ขบวน

ขบวนกลองไทโกะที่ประชันกัน
ภาพ : WEB_OYAJI, CC BY-SA 2.0 : ขบวนกลองไทโกะที่ประชันกัน

สำหรับการเคลื่อนตัวของขบวนกลองแต่ละขบวนก็มีความคึกคักไม่แพ้กัน ผู้ที่ยืนอยู่บนแคร่แต่ละมุมจะต้องอาศัยประสบการณ์ในการทรงตัวอย่างสูง เพราะขบวนแบกแคร่จะยกขึ้นลงประชันกันตลอดเวลา

พลังสามัคคีของกลุ่มชายฉกรรจ์ของเมือง
ภาพ : JNTO :พลังสามัคคีของกลุ่มชายฉกรรจ์ของเมือง

มีเบียดกันเพิ่มความสนุกสนาน ตื่นเต้นบ้าง จากนั้นจะแบกแคร่กลองไทโกะไปรอบเมือง ใช้เวลา 3 วันและในวันสุดท้ายจะมารวมตัวกัน ณ บริเวณสนามกีฬา Yamane ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานี JR Niihama

วันสุดท้ายของงานขบวนกลองไทโกะจะมารวมกัน
วันสุดท้ายของงานขบวนกลองไทโกะจะมารวมกัน

หอมปาก หอมคอกันไปแล้วนะคะ สำหรับเทศกาลเด่นๆ ของญี่ปุ่น ซึ่งเราคัดมาระดับเกรดพรีเมี่ยมที่ไม่ไปไม่ได้แล้วก็อยากให้เพื่อนๆ ที่ชอบท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ลองไปเปิดประสบการณ์เที่ยวชมเทศกาลกันดูนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 เทศกาลดังของญี่ปุ่น ตอนที่ 1

เรื่อง : Indiana_holmes DPlus Guide Team | ภาพประกอบ : DPlus Guide Team, JNTO, WEB_OYAJI, Paul Robinson, Yuya Tamai, ZiJing, Robert Young, Adrian, Kawazu tourist Association